[SF] My Prince Hero (Kento-Shori)

posted on 04 Nov 2011 16:04 by ryoyancha  in FicKentoXShori
บ้านที่กรุงเทพของเน..เรียบร้อยน้ำท่วมแล้ว
ตอนนี้อยู่อีกบ้านนึง..  ยังไงก็ดูแลตัวเองดีๆนะคะทุกคน
 
ขอให้ประเทศไทยหายดีไวๆ
 
สู้ๆๆ
 
_____________
 
คอมเม้น ขอบคุณมากๆค่า
 
แล้วก็... ฮ่าๆ เนชอบ คาโอะโซล่ะค่ะ (คาโอรุXโซ) แฮะๆ
 
โทษทีค่าา
 
 
_____________

ไม่ต้องตกใจกับช็อตฟิคคู่นี้ ... มีมากกว่าห้าเรื่องแล้วในเครื่อง
 
น่ารักจริงๆ... น่ารักมากจริงๆ เนชอบโชริผมสั้นมาก
 
หน้าใส แล้วโครงหน้ากับองค์ประกอบบนหน้า สวยมากก
 
ที่สำคัญที่กำลังบ้าบอสุดๆคือโชริตัวเล็ก คือตัวเล็กมาก
 
ในสิบคนของจูเนียร์แลนด์ โชริ น้องโซ ยูตะจิน สามคนนี้ไหล่แคบที่สุด
 
คือมาริอุสกับคาโอรุที่เป็นเด็กประถมยังตัวกว้างกว่าอีก
 
 
เนอยากให้ลูกชายบักเคนของเนกอดน้องแน่นๆ น้องน่ารักเกินไป 
 
บักเคนว่ามั้ย????   เรื่องนี้ไม่มีมือที่สาม (ตอนแรกจะใส่ยูตะจินลงมาและ)
 
แต่ขี้เกียจ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
_____________________
 
 
 
 
....................
 
 
"มีแผลมาอีกแล้วเหรอ... นี่นายจะบอกฉันได้รึยังว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถึงได้เลือดตกยางออกได้ทุกวัน"  ไม่มีเสียงตอบรับจากคนถูกถาม.. นานจนเด็กในชุดนักเรียนอีกคนละความพยายามของเขา ถอนหายใจเบาๆทำแผลที่ฝ่ามือบางให้อย่างใจเย็น

 
โรงเรียนของพวกเขาเป็นโรงเรียนที่มีตั้งแต่อนุบาลไปจนถึงมหาวิทยาลัย ... อย่างที่ทุกคนกำลังคิด ใครที่จะเข้าเรียนที่นี่จะต้องจ่ายค่าเทอมแพงชนิดที่แค่รวมกันสองเทอมสำหรับที่นี่ เท่ากับค่าเทอมตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนจนเรียนจบมัธยมของการเรียนในโรงเรียนเอกชนปกติ 


และสิ่งที่แปลกแตกต่างจากที่อื่นก็คือ ที่นี่ไม่มีอาจารย์พยาบาล .. แต่จะมีนักเรียนมัธยมปลายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการนักเรียนมาประจำอยู่แทน  เปลี่ยนหน้าไปทุกๆ 2 ชั่วโมง โดยที่พวกเขาไม่ต้องห่วงการเรียนการสอน

เพราะคณะกรรมการทั้งหมดตั้งแต่มัธยมปลายปีแรกถึงปีสุดท้าย....... เรียนห้องเดียวกัน  ครูใหญ่ท่านคงมีจุดประสงค์อะไรสักอย่างจริงๆ ซึ่งพวกเขาทุกคนก็อยากรู้จนหายอยากกันไปตามกาลเวลา


และที่พวกเขาต้องทำงานทุกวันไม่มีคนมาผลัดเปลี่ยนเวียนหน้า เพราะนอกจากงานห้องพยาบาลแล้วยังมีงานอื่นให้ประจำอีก เช่นห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ซึ่งเขาได้รับแต่งตั้งมาที่นี่ รับผิดชอบ2ชั่วโมงแรก....




และตอนนี้ก็เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของการเรียนในเทอมนี้ ได้มีเด็กมัธยมต้นคนหนึ่งโผล่เข้ามาในห้องพยาบาลทุกวันในเวลาเดิม ใบหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ยินดียินร้าย ทั้งๆที่สาเหตุที่พาเจ้าตัวมาถึงที่นี่ก็คือการมาทำความสะอาดและปฐมพยาบาลรอยแผล ... ซึ่งน่าจะเกิดจากการกลั่นแกล้งกันของเด็กนักเรียนด้วยกัน  มันเป็นเรื่องที่มีเกิดขึ้นทั่วไปแทบจะทุกโรงเรียน



แต่ถ้าเจ้าตัวไม่เอ่ยปากเขาก็ไม่รู้ว่าจะอย่างไรได้


"เอาล่ะ! เสร็จเรียบร้อยแล้ว"  ปิดแผลเรียบร้อย ก็ยื่นมือไปลูบผมเด็กตรงหน้าอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จะหันไปปิดกล่องอุปกรณ์ 

ร่างบางก้มลงมองแผลที่มือด้วยสีหน้าปกติ ค่อยๆขยับเก้าอี้ถอยหลังแล้วยืนขึ้นค้อมศีรษะให้คนอายุมากกว่าพลางเอ่ยขอบคุณเสียงเบา


"รุ่นพี่ฮะ..ถ้าผมจะขอนอนพักได้มั้ย?"  เงยหน้าขึ้นมาก่อนจะพูดถาม แน่นอนว่าอีกฝ่ายรอที่จะให้ร่างบางถามคำถามนี้มาตลอด จนบางทีก็เกือบจะเป็นฝ่ายยื่นคำถามออกไปเสียเองว่าสนใจจะพักสักหน่อยไหม

ถึงบาดเผลจะไม่ส่งผลกระทบให้ถึงกับต้องขาดเรียน ไม่ได้ป่วยเป็นไข้.. แต่ก็เป็นวันที่ 7 แล้วที่เด็กตรงหน้ามีบาดแผลเข้ามาหาเขา


พยักหน้าตกลงกลับไป ได้รับรอยยิ้มหวานตอบกลับมา รอยยิ้มที่ทำเอาเกือบลืมสถานะของตัวเอง ...






...........กฎหลักของโรงเรียนเกี่ยวเรื่องความประพฤติเชิงชู้สาวที่ห้ามฝ่าฝืนเด็ดขาด

1. นักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายห้ามมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวต่อกัน
2. นักเรียนที่เป็นคณะกรรมการนักเรียนห้ามมีความรักกับเด็กในโรงเรียน



มันอาจจะดูเป็นกฎแปลกๆ แต่เพราะโรงเรียนของเขา คณะกรรมการไม่ได้เกิดจากความสมัครใจหรือการเลือกตั้ง แต่ได้รับการแต่งตั้งจากคุณครูใหญ่............ซึ่งท่านมีความสนใจเป็นพิเศษกับกลุ่มเด็กหนุ่มหน้าตาดี   ตัวครูใหญ่เองก็ยังอายุไม่มากที่สำคัญรูปร่างหน้าตาดูภูมิฐานเป็นที่โด่งดังในหมู่นักเรียนหญิง....


ถ้าไม่ได้เป็นคนสนิท หรือเป็นหนึ่งในคณะกรรมการนักเรียน ยากที่จะได้รู้ว่านิสัยกับตัวตนภายนอกของท่านแตกต่างกันลิบลับ...



... คณะกรรมการนักเรียนในโรงเรียนสหศึกษา แต่กลับมีเพียงแค่เด็กผู้ชายแล้วยังหน้าตามาเป็นอันดับหนึ่ง

เด็กหน้าตาดีก็ย่อมมีคนหมายตา ทุกคนมีกลุ่มแฟนคลับเป็นของตัวเอง ถ้าไม่มีกฎบ้าๆก็คงสามารถเลือกคู่ควงได้ตามใจชอบ..




"ไม่ได้น่ารักสักนิด..ก็แค่จู่ๆยิ้มออกมาเท่านั้นล่ะ"  ขยับตัวเอนหลังติดเบาะ พยายามคิดหาอะไรมาหักล้างความรู้สึกแปลกๆของตัวเองที่เกิดขึ้นเพียงชั่ววินาที


.... เพราะไม่เคยเลยที่จะได้เห็นรอยยิ้มของเด็กคนนั้น ใช่ ... เขาคงแค่ตกใจ

เด็กแว่นกรอบเฉิ่ม ท่าทางเห่ย แค่ลูกคนหนูเอ๋อๆคนหนึ่ง ที่โดนเพื่อนแกล้งก็คงไม่พ้นสาเหตุจากไอลักษณะที่ดูไม่ได้นั่น...




".......เลิกคิดได้แล้วเคนโตะ"  บอกตัวเองซ้ำๆ ทอดสายตามองออกไปยังเตียงเดียวที่กั้นม่านเอาไว้โดยรอบ





______________________


"หลับไปรึยังนะ..."  นั่งอยู่เฉยๆมันก็ต้องมีเบื่อกันบ้าง ร่างสูงจึงลุกขึ้นเดินไปหยุดอยู่หน้าเตียงที่มีม่านปิดล้อมรอบ มือบางเอื้อมไปจับขอบม่านแล้วหยุดยืนอยู่นิ่งๆ ..ช่างใจว่าควรจะเปิดเข้าไปดีหรือไม่


ถ้ายังไม่หลับเขาจะต้องแก้ตัวว่าอะไร? บอกว่าจะตรวจดูแผลก็คงไม่เข้าท่า


ยืนคิดหาเหตุผลแก้ตัวต่างๆนาๆพักใหญ่ก่อนที่จะตัดสินใจเลื่อนม่านช้าๆให้เงียบมากที่สุด พอเข้ามาอยู่ข้างในแล้วถึงขยับปิดเพื่อไม่ให้แสงเข้า



"ลัคกี้!.... แล้วเราจะกลัวทำไม"  พูดกับตัวเองเบาๆ  กำปั้นดีใจถูกยกขึ้นมาระดับอก ก่อนที่จะเป็นตัวเขาเองที่ไม่เข้าใจกับการกระทำของตนแล้วค่อยๆลดมือลง  ก้าวขาเข้าไปใกล้ร่างบางบนเตียง.. ถอดแว่นด้วยแฮะ.......

พอสายตามองไปเห็นแว่นคุณปูที่วางอยู่ เขาก็รู้สึกสนใจเจ้าของมันขึ้นมาทันที ...


"อืม.."  จู่ๆก็ส่งเสียงครางออกมา ทำเอาใจตกไปอยู่ตาตุ่ม จากนอนตะแคงก็ขยับเปลี่ยนมาเป็นนอนหงาย





".........."  คนบุกรุกยืนตัวแข็ง ชาไปทั่วทั้งตัว มีเพียงแค่ดวงตาของเขาเท่านั้นที่ยังขยับเปิดปิดได้  พอผมยาวที่ปรกใบหน้าไว้ตลอดมันกระจายออกด้านข้าง ถึงได้เห็นแก้มใสที่แดงระเรื่อ ... ริมฝีปากบางกับจมูกโด่งทิ่มตานั่นเขาสังเกตเห็นมันอยู่ก่อนแล้ว


แต่ที่ไม่เคยรู้สึกถึงเลยคือเด็กคนนี้มีขนตายาวยิ่งกว่าเด็กผู้หญิง


ถ้าได้เห็นดวงตาโดยไม่มีแว่นเชยๆสวมทับจะเป็นยังไง





///แอด.......



"ฟูมะคุงมาแล้ว!~  เอ๊ะ?  ไม่มีใครอยู่เลยเหรอ"  เจ้าของเสียงร่าเริงตั้งแต่ยังไม่ปิดประตูห้องพยาบาลมองซ้ายมองขวา ไม่เห็นเพื่อนเวรก่อนหน้าตนจึงเดินไปนั่งที่นั่งประจำตำแหน่ง..... พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือวางอยู่


........งั้นคงไปห้องน้ำล่ะมั้ง




ว่าแต่........

ตากลมเหลือบขึ้นมองเตียงที่ดูจะมีคนพักอยู่  ไม่ใช่ว่าหมอนั่นจะ...?

 
 
 
///พรืด!!


"นั่นไงว่าแล้ว..."  มานอนหลับอยู่ตรงนี้.. มือขาวรีบล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์ของตนออกมาเก็บภาพเพื่อนที่นอนคว่ำอยู่

มันค่อนข้างจะเป็นของหายาก เคนโตะที่จะอู้งานมาแอบนอน ต้องบอกว่าไม่เคยเห็นเลยสักครั้งเพราะงั้นต้องถ่ายเก็บไว้..  หลังจากบันทึกไว้ทุกมุมจนพอใจเขาถึงเอื้อมมือไปเขย่าคนหลับ 


"เฮ้.. รีบไปเรียนได้แล้ว ห้องไม่ใช่ใกล้ๆ"

ไกลเลยล่ะ เพราะคนล่ะตึกกับห้องพยาบาลนี่.. แต่ก็ใช่ว่ากลับไปแล้วจะมีการเรียนการสอนอะไร..... บางทีอาจจะมีแจกข้อสอบให้นั่งทำเล่นๆแก้เบื่อ นานๆคุณครูจะเข้าสอนสักครั้ง.. ... แค่หล่อก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วสินะ



"อืม... ขออีกสักพักได้มั้ย" ส่งเสียงครางงัวเงียออกมา  ฟูมะหรี่นัยน์ตาลงมองสำรวจเพื่อน เคนโตะเป็นคนชอบความเพอร์เฟ็ค ไม่ง่ายเลยที่จะได้เห็นด้านแย่ๆของหมอนี่

...แต่ขนาดความแตกว่าแอบงีบระหว่างทำงาน หมอนี่ก็ยังจะนอน?


แปลก...



แต่ช่างมันเถอะ มันเป็นคนปกติบ้างก็ดีเหมือนกัน เขาคิดว่ามีเพื่อนเป็นองค์รัชทายาทมาตั้งนาน



"งั้นฉันไปเข้าห้องน้ำก่อน แล้วจะรีบกลับมา"  เอ่ยฝากห้องแล้วรีบออกไป คนบนเตียงถอนหายใจออกมา


โชคดีที่เวรต่อเขาคือฟูมะ แผนง่ายๆของเขาจึงไม่เป็นที่น่าสงสัยของหมอนั่นสินะ  เกือบไปแล้ว จู่ๆก็โผล่เข้ามาในห้องพยาบาลเล่นเอาเขาตั้งตัวไม่ทัน... เขาผิดเองด้วยล่ะที่ไม่ได้ดูเวลา



"รุ่นพี่ฮะ.. ผมจะกลับห้องแล้วล่ะ"  เสียงเบาอู้อี้อยู่บริเวณหน้าอก เตือนสติคนนอนสบายให้รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว เคนโตะขยับลงจากเตียงทันที พลางมองร่างบางที่ขยับตัวนั่งผมเผ้ายุ่งเหยิง......



......ตากลม....น่ารักจริงๆด้วยแฮะ





ความรู้สึกของคำว่ารักแรกพบมันเป็นยังไง... เขาเข้าใจมันในทันที
 


คนถูกมองหยิบแว่นที่เคนโตะลนลานโยนเข้ามาในผ้าห่มเมื่อสักครู่ มาใส่ก่อนจะกะพริบตาสบมองนัยน์ตาสวย  "ไม่เป็นไรแล้วนะฮะ?"


เพราะเมื่อครู่กะทันหันมากเขาเลยรีบปลุกเด็กบนเตียงแล้วขอเข้าไปอยู่ด้วย ซึ่งถ้าต่างคนต่างนอนฟูมะก็จะสังเกตได้ถึงความนูนต่ำของของที่นอนซึ่งไม่ได้มีแค่เขา.. จึงจำเป็นต้องขออนุญาตนอนทับไป ไม่น่าเชื่อว่าทางโน้นจะตอนตกลงกลับมา  ดีที่เด็กน้อยตัวเล็กเลยไม่มีปัญหากับการแอบเท่าไหร่




แต่ปัญหาหนักก็คือตัวเขาที่ใจเต้นแรงอย่างชัดเจนในตอนนั้น


และยังไม่หายจนถึงตอนนี้ ........ ให้ตายสิเกิดอยากลงจากตำแหน่งก็ตอนนี้.. ไม่ใช่แค่นั้นแต่ต้องลดอายุลงมาเรียนมัธยมต้นด้วย



"อ่ะ..ฉันให้"  หยิบกระเป๋าตังขึ้นมาเปิดเอาเครื่องรางที่เขาพกตั้งแต่เด็กประถมยื่นให้กับร่างบาง โชริอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรแต่สุดท้ายก็เพียงแค่รับมันไปอย่าง งงๆ "ขอบคุณฮะ"

พูดขอบคุณพร้อมก้มศีรษะ แล้วถึงเดินไปหน้าประตู



"เฮ้!"  เรียกรั้งไว้ก่อนคนตัวบางจะเดินออกไป โชริหันกลับมาเอียงศีรษะ....  ใบหน้าภายใต้ผมยาวๆกับแว่นคุณปู่ที่ไม่เคยน่ารัก มันค่อยๆให้ความรู้สึกน่าเอ็นดู


"ฮะ?"



"เอ่อ...โชคดี.. แผลหายไวๆ"


เผลอหลุดปากเรียกออกไปแล้วมันก็จำเป็นต้องพูดอะไรสักอย่าง เลยแถๆเข้าเรื่องแผลของร่างบางไป .. รอยยิ้มกว้างแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนถูกแต้มเต็มใบหน้าเล็ก เขาก้มค้อมให้รุ่นพี่ก่อนจะออกไปจากห้องพยาบาล


...ปึง....




"................ว่าแต่ ชื่ออะไร?"  ยืนยิ้มกับตัวเองสักพักก็นึกได้ว่าเขายังไม่ได้เอ่ยถามชื่อแม้จะเจอกัน7 ครั้ง ไม่ได้ทำให้คิดจะถามชื่อแซ่กันเลยสินะ.. ก็ใครจะไปรู้ว่าไอท่าทางเชยสุดฤทธิ์ที่แสดงออกมานั่นความจริงจะน่ารักขนาดนั้น

เอาเถอะยังไงค่อยกลับไปเปิดแฟ้มประวัติดูก็ได้



ยังไงก็แอบได้นอนทับจนจะรวมร่าง... ฟูมะมันน่าจะอยู่นานๆหน่อย~



.. คิดแล้วก็ดึงเสื้อตัวเองขึ้นมาสูดหายใจเข้าอย่างแรง  .......... "หอม"




"ละเมอเหรอเคนโตะ?// "เหวอ!! เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่" "  ใบหน้าขาวโผล่มาข้างๆเล่นเอาคนเหม่อสะดุ้งแทบตกเก้าอี้ ฟูมะขมวดคิ้วไม่เข้าใจกับท่าทีประหลาดๆนั่น ... มันไม่ใช่รัชทายาทจริงสินะ

ไอเจ้าชายเลือดผสมเอ๊ย!!


โอ๊ะ จะว่าไปไม่ได้ดูแฮรี่พอตเตอร์ตั้งแต่ภาคไหนกันนะเขา...


ช่างเถอะๆ ตอบคำถามมันก่อน เดี๋ยวมันจะคอยนานจนใบหน้าเหี่ยวย่น







"ตอนที่นายนั่งยิ้มแล้วดึงเสื้อ ดึงไทค์ขึ้นมาดม.."


ได้ยินคำตอบก็ถึงกับถอนหายใจพรืดออกมา เหมือนโล่งอกเสียเต็มที่........ อะไรของมัน ผีเข้า?.. 



.....................................







"เฮ้ย!...อีก10นาทีจะออกเวรแล้วนะ"  ไม่ตรงเวลาเอาซะเลยเด็กบ้า.... เมื่อวานนี้ทำให้เขากระวนกระวายไม่เป็นอันทำอะไร วันนี้ตื่นเช้ากว่าปกติมาเปิดห้องพยาบาลนั่งรอตั้งแต่ก่อนเวลาทำงาน........ แต่ไร้วี่แววคนไข้ประจำ


แล้วแบบนี้จะเข้ามาเจอกับใคร ฟูมะ? ยูโกะ? โฮคุโตะ?  ยูโตะ? หรือใคร ใคร ใคร


...หรือวันนี้ไม่โดนแกล้ง........ อืม  ก็ดี..




"โอเค โอเค... ไม่เจ็บไม่ป่วยก็ดี เฮ้อ...."


เด็กนั่นไม่เจ็บแต่เขาเนี่ยท่าทางจะป่วยแล้วล่ะ ยกมือขึ้นมองนาฬิกาข้อมือ... อีกไม่กี่นาทีเวลาของเขากับที่นี่ก็จะหมดลง ....... แต่ก็ไม่อยากจะหมดหวังหรอกนะ



//แอด....


รีบหมุนเก้าอี้ให้หันออกไปทางหน้าต่างด้านหลังทำเป็นไม่ได้สนใจการมาเยือนของอีกฝ่าย... แต่เพราะปกติถ้าเป็นเด็กคนนั้นจะต้องมายืนหน้าโต๊ะของเขาและเอ่ยขอทำแผล คราวนี้กลับไม่รู้สึกว่ามีอะไรเคลื่อนเข้ามาใกล้


ยิ่งไปว่านั้น


//พรืด.....

กลับได้ยินเสียงผ้าม่านลากกั้นเตียงให้พ้นจากสายตาของเขา



"........ ?"  หรือเด็กมาโดดเรียน.. กล้ามาโดดเรียนทั้งๆที่เห็นเขานั่งหัวโด่นี่มันหยามเกินไปแล้ว

ไหนๆเจ้าเอ๋อนั่นก็ไม่มา  ขอระบายอารมณ์ใน5นาทีสุดท้ายก่อนกลับห้องเรียนหน่อยเถอะ





"เฮ้!! นี่เวลาเรียนกลับไปเรียนซะ ห้องพยาบาลไม่ได้มีสำหรับเด็กโดด..................... เอ๊ะ? " 


แว่นแสนจะเห่ยที่จำได้ติดตา ถูกถอดวางเอาไว้ข้างหมอนของเด็กที่นอนคว่ำหน้า ขาของมันงอและเลนหลุดหายไปข้างหนึ่ง...  เห็นสภาพแบบนั้นต่อให้ใจเย็นเป็นน้ำแข็งเขาก็ทนไม่ได้ เผลอเอื้อมมือดึงคนตัวเล็กออกห่างจากหมอน ..
 
เพราะขนาดตัวที่ต่างกันทำให้โชริติดมือเขาขึ้นมานั่งทันที  ร่างเล็กชันเข่าขึ้นแล้วก้มหน้าลงไม่ยอมให้เห็นใบหน้า

 
 
"ใครทำ... "


"..." ไม่พูดและไม่มีทีท่าว่าจะพูดด้วย ไหล่บางสั่นแรงพาลสั่นมาถึงมือของคนที่อารมณ์เริ่มไม่คงที่  กำหมัดแน่นตั้งแต่ยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ
 
 
"ใครทำ........ ถ้าไม่ตอบ ฉันจะจัดการเด็กมัธยมต้นทั้งหมด"

ประโยคที่ดูเป็นไปไม่ได้ของร่างสูง...  มันกลับน่าเชื่อด้วยความหนักแน่นในน้ำเสียง และฐานะของเขาที่ถึงจะไม่สามารถจัดการได้ด้วยกำลัง แต่เขามีสิทธิ์หลายๆอย่างในฐานะคณะกรรมการนักเรียนระดับมัธยมปลาย... ที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในที่นี่.. เพราะแผนกมหาวิทยาลัยจะแยกจากเด็กๆโดยสิ้นเชิง


"ผม...ทำเครื่องลาง..ฮึก..ขาด ขอโทษ ..ฮ. ..ฮะ" 


"เงยหน้าขึ้นมาสิ"  ได้ยินเสียงสะอื้นเคนโตะก็ใจเย็นลงมาก เขาดึงแขนเล็กออกจากเข่าแล้วจับใบหน้าที่ก้มอยู่ให้เงยขึ้น นัยน์ตาคมที่กลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย  ...บนใบหน้าน่ารักไม่มีบาดแผลใด แต่อีกอย่างที่เขาได้เห็น



คือผมนุ่มที่มักจะยาวปิดหน้าปิดตาเสมอมันถูกตัดออกไปจนสั้น และดูไม่เป็นระเบียบ...ไม่ใช่การตัดที่ร้านอย่างแน่นอน




"ไฮ!! ท่านฟูมะมาแล้ว เอ๋??"


ทั้งห้องเงียบสงบไร้แววของเพื่อนที่ต้องอยู่ประจำก่อนหน้าเขา..... ไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่ไม่ว่าจะของใช้เล็กๆน้อยๆ .. เตียงทุกเตียงถูกเปิดให้เห็นว่ามันไม่ได้รับการใช้งาน


.... นอกจากเมื่อวานมันจะแอบงีบแล้ว... วันนี้มันยังโดดเวรด้วยสินะ


โอ้! ใครก็ได้บอกทีว่านั่นคือ นาคาจิม่า เคนโตะ เพื่อนผู้เคยเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วของเขา
 
..........



ต้องขอโทษฟูมะจริงๆที่เขาดอดออกมาก่อนเวลา.. แม้เพียง5นาทีก็อาจจะมีเด็กเจ็บป่วยเข้ามาหาได้ แต่เขาไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะสนใจเรื่องแบบนั้น ... ขอให้ไม่เกิดปัญหาอะไรขึ้นก็แล้วกัน เพราะในตอนนี้สิ่งที่เขารู้สึกว่าจำเป็นมากกว่า คือการพาโชริออกมาจากโรงเรียน

ในเมื่อไม่ยอมเปิดปากบอกสักทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาเองก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะไปยุ่งวุ่นวายได้.. ก็ทำอะไรเท่าที่ตัวเองจะสามารถทำให้ได้แทน ...

เวลานี้เขาได้สั่งให้คนขับรถมุ่งหน้าไปยังร้านตัดผมร้านประจำของเขา



"แค่เครื่องรางไม่ต้องซีเรียสนักหรอกน่า"  ห่วงจะหมดหล่อจากผมที่ไม่รู้จะตัดออกมาได้ทรงไหนดีกว่ามั้ย? จนถึงตอนนี้ร่างเล็กยังร้องไห้ไม่หยุด ในมือกำเครื่องรางเล็กๆที่เขาให้เอาไว้แน่น....... ให้ไปวันเดียวนี่ถึงกับเกิดเรื่องเลยสินะ

เครื่องรางนำโชค........ร้ายชัดๆ


"ฮ..มันเป็นของ ที่  รุ่นพี่  ให้นี่ฮะ"  แล้ว?

ถ้าจะจบประโยคเพียงเท่านี้ เขาก็บ้าน่ะสิ .... คิดเข้าข้างตัวเองไปแล้วแบบทันทีทันใด ก่อนรวบเอาร่างเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมกอดแข็งแรง   "เครื่องรางจะยังไงก็ช่าง ตัวนายสำคัญที่สุด ...'โชริ'.."



"เอ๋?"





.....................................





.....................



"เฮ้อ..........."  พักกลางวันมาถึงเสียงถอนหายใจที่ได้ยินมาตลอดตั้งแต่ร่างโปร่งกลับมาจากห้องพยาบาล ก็ดูจะดังขึ้นเท่าตัว เคนโตะเอนกายพิงเก้าอี้ท่าทางลุกลี้ลุกลนเหมือนอยากจะทำอะไร แต่ไม่สามารถทำได้


"เป็นอะไร?"  เสียงหวานของเพื่อนร่วมห้องดังทักขึ้น แต่เจ้าตัวคนทำบรรยากาศเสียก็ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวยังคงนั่งถอนหายใจทิ้งอยู่แบบนั้น

"เฮ้อ.."

"เคนโตะ? เป็นอะไร"  ใบหน้าน่ารักเริ่มขยับเข้ามาใกล้ ริมฝีปากบางยื่นงอน อีกนิดเดียวเขาก็จะงับหูคนบ้าได้อยู่แล้วก็ยังไม่หันมาสนใจตอบคำถามสักที ร่างบางยกมือขึ้นกอดอกจ้องเขม็ง... รอจนเพื่อนตรงหน้าพ่นลมหายใจแรงออกมา


"เฮ้อ...."

....ป๊าบ!!!


ถึงจัดการตบหลังกว้างไปแรงๆหนึ่งทีให้หยุดอาการเหม่อ คนหน้าทิ่มไม่หลุดเสียงร้องออกมาแม้แต่นิดเดียว แต่สีหน้าของเขาดูเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด เหลือบมองคนน่ารักเห็นหน้างออยู่ยิ่งไม่กล้าโวยวายไปกันใหญ่


"ถอนหายใจแบบนั้นทางนี้ก็เครียดไปด้วยน่ะสิ"  จากหน้าเง้างอเปลี่ยนเป็นแววตาแสดงความเป็นห่วง มือบางลูบบริเวณที่เขาตีเข้าไปเต็มแรงหวังจะช่วยบรรเทาความเจ็บ เคนโตะปั้นหน้ายิ้มบางๆก่อนจะลุกขึ้นยืนเอามือล้วงกระเป๋า


"ขอโทษทีครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ... จะไปตู้กดน้ำจะเอาอะไรมั้ย?"  แกล้งใช้คำสุภาพแหย่ให้คนใจดีงอนอีกรอบ ยูโตะสั่นหัวก่อนเชิ่ดหน้าไปทางอื่น

"ไม่ล่ะขอบใจมาก"




............

"..." น่าเบื่อชะมัด... คิดถูกหรือคิดผิดที่จับเด็กนั่นแปลงโฉม ไม่ใช่แค่จัดการทรงผมให้เรียบร้อยแต่ยังให้เปลี่ยนจากแว่นเชยๆเป็นคอนแทคเลนส์... ไอน่ารักขึ้นมันแน่นอนอยู่แล้ว แต่ที่ทำให้วันนี้ไม่โผล่มาที่ห้องพยาบาล อย่าบอกนะว่าไม่โดนแกล้ง?

ไม่ว่าใครพอเจอกับใบหน้าน่ารักๆ ต่อให้ก่อนหน้านี้เคยทำอะไรเอาไว้ก็ลืมไปหมดสินะ


เจ้านั่นเองก็ด้วย... คงจะยกโทษให้เพื่อนได้ง่ายๆ .......



//ทั่ก ทั่ก ทั่ก

พลั่ก!!
 
 
"อ๊ะ! ขอโทษฮะ"  เสียงน่ารักมันคุ้นหูจนเผลอไปจับข้อมือบางเอาไว้ ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาก่อนจะแสดงอาการตกใจออกมา


"โชริ?"  ทางนี้ก็ตกใจแต่ต้องพยายามเก็บอาการ... ไม่เชิงว่าตกใจถึงทำหน้าเข้ม ต้องเรียกว่าดีใจจนมือไม้สั่นมากกว่า จากตกใจเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าถอดสีดูกังวลกับอะไรบางอย่าง โชริยังไม่เปิดปากพูดสักคำทำให้อีกคนต้องเอ่ยต่อด้วยไม่อยากให้ความเงียบเข้าปกคลุม จนทำให้เด็กน้อยได้ยินเสียงหัวใจของเขา


"วิ่งหนีอะไรมา?"




"อ้ายยยยยยยยยย!  ซาโต้คุงอยู่ตรงนั้น"

ยังไม่ได้รับคำตอบจากคนตัวเล็ก ก็เข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาเพราะเสียงกรี้ดดังลั่น ไม่มีที่ให้หลบซ่อนแล้วยิ่งหลุบตามองเด็กที่หอบหายใจอยู่เขายิ่งไม่อยากจะให้โชริวิ่งต่ออีกแล้ว  ตัดสินใจกอดเด็กตรงหน้าเอาไว้ ฝีเท้าหลายคู่หยุดลง

นัยน์ตาคู่สวยมองเด็กนักเรียนมัธยมต้นทั้งชายหญิงจำนวนมาก.... เผลอกระชับอ้อมกอดของตน



"เจ้านี่เป็นของฉัน...."


และพูดประโยคที่อันตรายต่อชีวิตมากที่สุดออกมา


"ร...รุ่นพี่?"






 
 
 
......................


"จะเงียบอีกนานมั้ย?"  ... อุตส่าห์หลุดจากพวกบ้าที่วิ่งตามจนไม่เป็นอันกินข้าวกลางวันด้วยกันทั้งคู่ ตอนนี้พวกเขามานั่งอยู่ที่ริมลำธารเล็กๆซึ่งใช้เวลาเดินจากโรงเรียนมาถึงที่นี่ประมาณ 15นาที .... ตลอดระยะเวลานั้นมาจนถึงตอนนี้ ร่างบางยังไม่เปิดปากพูดสักประโยค เอาแต่เดินตามมาเงียบๆ....... ยังอุตส่าห์มีกะจิตกะใจจะเดินตามมา แต่กลับทำให้บรรยากาศแย่ยิ่งกว่าอยู่คนเดียว


"แล้วรุ่นพี่จะให้พูดอะไรล่ะฮะ"  ไม่รู้จริงๆ ไม่ได้แกล้งซื่อ คนมันไม่มีเรื่องจะพูดถึงได้เงียบ ถ้ามีก็คงชวนคุยไปตั้งนานแล้ว... เคนโตะละจากการโยนหินก้อนเล็กลงธารน้ำหันมาหาเด็กข้างกาย โชริกำลังเหม่อมองออกไปไกล ดูไม่ออกว่านัยน์ตานั่นกำลังจับจ้องอะไรอยู่... ผมสั้นทำให้เห็นใบหน้าใสชัดเจนจริงๆ แก้มนวลสีชมพูอ่อน แพขนตาหนายาว ดวงตากลมโต.. จมูกโด่ง กลีบปากบาง     'สวย'


รีบเลี่ยงสายตาไปมองทางอื่นก่อนที่เขาจะคิดฟุ้งซ่านและเผลอทำอะไรแปลกๆ


"อะไรก็พูดๆมาเหอะฉันไม่ชอบความเงียบ"  พร้อมเอ่ยประโยคด้วยน้ำเสียงปัดๆเต็มที โชริขยับตัวนั่งท่าเทพธิดาหันเข้ามาหารุ่นพี่ที่นั่งเบื่ออยู่ใกล้ๆ ก่อนจะถามออกมา ".......เราจะไม่กลับไปเรียนคาบบ่ายกันเหรอฮะ"


"..คิดว่ากลับไปจะได้เข้าห้องเรียนหรือห้องพักครูล่ะ"  ไม่ต้องคิดให้นานก็รู้คำตอบอยู่ในใจแล้ว.. ความผิดซ้ำซ้อนขนาดนี้ป่านนี้คงรายงานไปถึงที่บ้านแล้วล่ะมั้ง

แล้วยังไง? ....... จะให้ออกจากโรงเรียนทั้งๆที่คนหนึ่งกำลังเรียนมัธยมปลายปีสุดท้าย อีกคนก็มัธยมต้นปีสุดท้าย...... กฎบ้าๆแบบนั้นมันต้องถูกแหกเข้าสักวันอยู่แล้ว...

คณะกรรมการนักเรียนก็มีหัวใจนะเว้ย!! ไม่สิ.. จริงๆก็ห้ามแค่ความสัมพันธ์กับคนใน 

เรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะเขา.. เขาผิดเพียงคนเดียว



"ถ้าแค่บอกคุณครูว่าเหตุการณ์เป็นยังไง ... ที่พูดออกไปก็เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ล่ะก็คุณครูน่าจะเข้าใจนะฮะ"  แว่วเสียงหัวเราะขึ้นจมูกของรุ่นพี่ที่ไม่ยอมหันหน้ามาคุยกันดีๆ พาลทำให้คนพูดประโยคยาวเริ่มเม้มปาก คิ้วขมวดมุ่น..  พอไม่พูดก็ว่า พอพูดก็ถูกหัวเราะแบบนี้ ไม่เข้าใจรุ่นพี่เลย


"หืม?.......... ฉันน่ะเหรอพูดแก้สถานการณ์ให้นาย เฮอะ ฉันไม่ใจดีขนาดจะพูดเรื่องพรรค์นั้นเพื่อช่วยเหลือใครหรอก" 

"เอ๋?" คนตัวเล็กเผลอหลุดเสียงแสดงความสงสัยออกมา คิ้วที่ขมวดอยู่ยิ่งย่นชิดมากขึ้น

ร่างสูงหมุนตัวนั่งหันหน้าเข้าหา สบนัยน์ตาของเขาเข้ากับดวงตาเด็กตรงหน้าแล้วค่อยๆหรี่มันเล็กลง


"กฎบ้าๆพวกนั้นบังคับจิตใจฉันไม่ได้.. ไม่สิ.......รวมทั้งตัวฉันก็จะทำตามที่ใจตัวเองต้องการเช่นกัน ถ้ากลัวก็รีบๆวิ่งกลับโรงเรียนไปซะตอนนี้"



มองหน้ากันอยู่กว่านาที ก่อนที่เคนโตะจะพ่นลมหายใจออกเสียงดังพร้อมหยักยิ้มมุมปากแล้วหันหน้ากลับไปมองลำธาร มือนุ่มคว้าเอาก้อนหินขนาดใหญ่กว่าก้อนอื่นๆก่อนหน้ามากำไว้แล้วยกมือขึ้น ....


//หมับ!


ยังไม่ทันจะได้ปาหินไปก็ถูกสวมกอดจากทางด้านข้างเสียก่อน โชริซุกหน้าเข้ากับต้นแขนแกร่ง มือผอมวาดโอบรอบร่างสูงแน่น "รุ่นพี่ช่วยผม.. ผมจะไม่ทิ้งรุ่นพี่..."


คนถูกกอดจ้องมองเด็กที่พูดไปไม่เงยหน้า ทั้งประโยคและน้ำเสียงน่ารักๆมันควรจะทำให้เขารู้สึกดี.. ยิ่งออกมาจากปากคนที่ตัวเองชอบ แต่ตอนนี้เขากลับไม่รู้สึกใจเต้น ตรงกันข้ามมันเกิดความหงุดหงิด จนเผลอปาหินในมือออกไปแล้วใช้มือข้างนั้นดึงร่างเล็กออกจากแขน


"ฉันไม่ได้คิดว่ามันเป็นบุญคุณอะไร"  พูดอะไรออกไปตั้งเยอะแยะถ้าเป็นคนปกติน่าจะเข้าใจความรู้สึกของเขาไปแล้ว แต่เด็กนี่ยังไม่มีความรู้สึก.. ที่ไม่เข้าใจอาจจะสื่อได้ว่าทางนั้นไม่ได้มีความรู้สึกเดียวกัน และเขาก็ไม่อยากจะตัดอนาคตร่างเล็ก


โชริลูบแขนที่ถูกจับก่อนจะโดนผลักออกห่าง ขยับตัวนั่งหลังตรงพลางสั่นหัวไปมา "ถ้าจะกลับต้องกลับไปด้วยกัน ... แล้วก็ไปบอกคุณครูว่ามันเป็นการข....อ๊ะ! รุ่นพี่..อ!! โอ้ย!"


"หยะ..."  ถูกดึงเข้ามาอยู่ใต้ร่างสูงอย่างรวดเร็ว และตามมาด้วยใบหน้าหล่อที่เคลื่อนเข้าไปพรมจูบ ขบเม้มบริเวณต้นคอ ก่อนจะเริ่มดึงชายเสื้อเชิ้ตแล้วสอดมือเข้าไปลูบไล้ผิวเนียน ร่างเล็กดิ้นสุดแรงแต่ด้วยขนาดตัวที่ต่างกันมาก เขาไม่ทำให้อีกฝ่ายกระเทือนเลยแม้แต่น้อย .. จะส่งเสียงร้องก็กลัวว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ... ไม่อยากให้มีปัญหา กับตัวเขายังไม่เท่าไหร่แต่เคนโตะกำลังจะจบมัธยมปลาย



.. ไม่อยากให้รุ่นพี่รับโทษทั้งๆที่ตัวเขาเป็นคนก่อเรื่อง เคนโตะคอยช่วยเหลือเขาเสมอ..เป็นคนทำแผลให้ทุกครั้งที่ถูกรังแก รวมถึงวันนี้ก็ช่วยไล่พวกที่วิ่งตามมา.. ถ้าไม่ได้ผู้ชายคนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะถูกทำอะไรเหมือนกัน





............... ปิ๊ป... ปิ๊ป.. ปิ๊ป


แรงสั่นในกระเป๋ากางเกงก่อนที่จะมีเสียงข้อความเข้า เรียกให้คนที่ดูเหมือนขาดสติรู้สึกตัว เขาลุกขึ้นแล้วขยับออกห่างจากเด็กที่นอนอยู่ เดินไปเปิดอ่านข้อความ

__________________

จาก :: โคจิ ยูโกะ


-'ครูใหญ่มาหา ห้องกำลังจะแตก แต่นายไม่ต้องกลับมา..เดี๋ยวเอากระเป๋าไปให้หลังเลิกเรียน'-

__________________


พอจะนึกสภาพห้องเรียนของเขาออก..  ทุกคนคงกำลังรับหน้าและอาจจะชวนเปลี่ยนเรื่องจากเรื่องเขา ไปเรื่องอื่นๆ.. จะปล่อยให้เพื่อนช่วยกันเบือนความสนใจโดยที่ตัวเขามารับลมอยู่ตรงนี้น่ะเหรอ


เหลียวกลับไปมองด้านหลังก็เห็นเด็กที่มาด้วยกันนั่งก้มหน้า มือบางกำลังติดกระดุมเสื้อแต่เพราะตัวสั่นไปทั้งร่างเลยทำให้ติดไม่เข้าที่สักที  ...  "บ้าชะมัด" ถ้ายูโกะไม่ส่งเมล์เข้ามาเขาจะทำอะไรลงไปบ้าง 


"ฉันต้องกลับโรงเรียนตอนนี้"  เดินเข้ามาหยุดยืนหน้าคนที่ยังจัดการเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย ใบหน้าสวยหวานเงยขึ้นมามองคนที่พูดกับเขา ซึ่งมันทำให้ร่างสูงผงะแทบจะถอยตกน้ำ

 ใครจะไปคิดว่าไอที่นั่งเงียบเป็นเป่าสากอยู่นี่ ใบหน้าจะอาบไปด้วยหยาดน้ำตาที่ดูเจ้าตัวยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าร้องไห้ออกมามากแค่ไหน  เคนโตะหันหนีไปด้านอื่นเพื่อถอนหายใจแล้วจึงย่อตัวลงดึงโชริให้ลุกขึ้นยืน


ยืนตรงได้ก็รีบช่วยติดกระดุมจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย รอร่างเล็กใส่เสื้อเข้าข้างในกางเกงเสร็จ มือใหญ่ก็คว้าข้อมือบางพาเดินขึ้นไปบนถนน แต่ยิ่งเดินก็ยิ่งรู้สึกว่าคนด้านหลังขืนรั้งร่างของตัวเอง ทำให้เขาเดินช้าลงไปด้วย


"เดินเร็วๆไม่เป็นรึไง"  ไม่ได้ตั้งใจจะใช้น้ำเสียงแย่ๆ แต่พอเห็นริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันนัยน์ตาที่เกือบจะแห้งแล้วเป็นประกายใสขึ้นมาอีกก็เริ่มรู้สึกผิด ในเวลาเดียวกันนั้นเองที่สายตาของเขาไปสะดุดกับคราบสีแดงที่กางเกงตัวเล็ก....... ทั้งๆที่ไม่มีรอยฉีกขาด  มันคงเกิดขึ้นตอนที่ถูกเขาฉุดลาก


โชริที่ยังไม่รู้ตัวว่าถูกเห็นรอยเลือดแล้ว กลั้นใจก้าวขาเร็วๆจนมาหยุดอยู่ข้างรุ่นพี่ เขารีบส่งยิ้มกว้างให้ "ขอโทษฮะ...."

"ขึ้นมา.. ฉันไม่อยากเสียเวลา"  ลงไปนั่งแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง โชริกะพริบตามองแผ่นหลังกว้าง ที่แก้มใสระบายสีแดงอ่อนๆ "เร็ว!"

ไม่ให้ใช้เวลาคิดนานก็เร่งขึ้นมาอีกครั้ง คนขาเจ็บค่อยๆโน้มตัวลงไปจับบ่าหนา แล้วขยับขี่หลังอีกฝ่ายอย่างทุลักทุเล จัดท่าเรียบร้อยร่างสูงจึงลุกขึ้นยืน



".......นี่นาย"


"น..หนักเหรอฮะ"


"หนักกะผีน่ะสิ!! อุ้มหมายังรู้สึกมากกว่านี้ซะอีก.. ฉันคิดว่าคงต้องทำตารางอาหารให้นายแล้วล่ะ"




.......

เดินกลับมาที่ตึกเรียนของเขาพร้อมทั้งหอบหิ้วโชริมาด้วยกัน .. อันที่จริงเขาปล่อยให้ร่างเล็กลงเดินตั้งแต่หน้าโรงเรียนแล้ว  และบอกให้กลับไปที่ห้องของตัวเองแต่เจ้าตัวรั้นที่จะไปด้วย

โชคดีหน่อยที่เวลานี้เป็นเวลาเรียน ทุกคนอยู่ในห้องเรียนจึงไม่ถูกสายตาใครเพ่งเล็ง



จนกระทั่งเดินมาถึงหน้าห้อง

"แล้วก็น่ะฮะ..  บางคนนี่จะสนิทกันอยู่แล้ว เป็นแผลได้เกือบทุกวันเลย"   เสียงใสเอ่ยเล่าเรื่องของตัวเองได้อย่างดูเหมือนน่าสนใจเต็มที่แบบนี้จะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก เพื่อนที่เป็นเวรห้องพยาบาลในช่วงเข้าชมรม.. ซึ่งเป็นช่วงที่ห้องพยาบาลมีคนเข้าออกมากที่สุด ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะเจ็บป่วยอะไรกันนักกันหนา


ที่บอกว่าไม่เข้าใจ จริงๆแล้วเป็นแค่คำเปรียบเปรย..  ที่ทุกคนแห่กันป่วยเป็นเวลาขนาดนั้น มันก็เหตุผลเดียวกับที่เขานั่งมองนาฬิการอร่างบางเข้ามาในห้องพยาบาลนั่นแหละ เพียงแต่ของเพื่อนเขามันเป็นคนเจ็บอยากเห็นหน้าคนพยาบาล


 
 
//ครืด!!


"เคนโตะ?"  เสียงแสดงความตกใจดังเข้าไปถึงหูครูใหญ่ที่นั่งฟังเรื่องเล่าอยู่ เขายังเป็นชายหนุ่มวัยเพียงแค่สามสิบต้นๆเท่านั้น เคนโตะเม้มปากแน่นสูดลมหายใจเข้าลึกมองตอบสายตาเฉียบคม


"ซาโต้ โชริ"  ชื่อคนที่ถูกเอ่ยออกมาก่อนไม่ใช่คนที่คิดว่าน่าจะโดนหนักกว่า แต่หากเป็นชื่อเด็กมัธยมต้นคนเดียวบนตึก โชริเหลือบมองรุ่นพี่ข้างๆเขาก่อนหันมาเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงเรียบเย็น


"เข้ามาใกล้ๆฉัน"  โชริเดินก้าวช้าๆเข้าไปตามคำสั่งจนไปหยุดอยู่หน้า ทันใดนั้นมือหนาก็ยื่นมาจับที่ลำคอของเขา 


"นี่นายทำเหรอ"  หันไปถามเด็กที่ยืนอยู่ใกล้ประตู โชริหน้าเสียไปก่อนแต่คนถูกถามยังไม่แสดงอาการตกใจ เขาค้อมศีรษะอย่างนอบน้อมก่อนเอ่ยตอบด้วยความสุภาพ

"ใช่ครับ"  คำตอบเรียกใบหน้าแสดงความเข้าใจ คนอาวุโสเบนความสนใจกลับมาที่เด็กมัธยมต้น พิศมองใบหน้าใสชัดๆอยู่นานสองนานกว่าจะเปิดปาก

 
 
"ปีหน้าก็จะเรียนต่อที่นี่ด้วยรึเปล่า?"


"ฮะ..แต่ว่า..."  ไม่เคยคิดว่าจะต้องย้ายออกไปเรียนที่อื่น.. จนกระทั่งเกิดเรื่องวันนี้ก็เริ่มทำใจเอาไว้แล้ว อะไรจะเกิดก็เกิดแต่ขอให้เกิดกับเขาคนเดียวก็พอ..

แว่วเสียงอืมจากปากคนถาม เขาก้มหน้าลงหยิบปากกาออกมาจดอะไรยุกยิกลงบนสมุดโน้ตเล่มเล็ก


"ฉันจะใส่ชื่อซาโต้ โชริ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการนักเรียนปีหน้า"  คิดเองตัดสินใจเองเสร็จสรรพ ไม่สนใจเสียงตกใจจากเด็กที่มีชื่อในประโยค ร่างเล็กมีท่าทีลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด



"โรงเรียนเรามีกฎห้ามนักเรียนมหาวิทยาลัยเข้ามาในเขตของเด็กมัธยม.. เพราะงั้นปีหน้า พวกเธอคนไหนที่เรียนจบไปก็ห้ามเข้ามาในพื้นที่นี้.......โดยไม่มีข้อแม้"  กวาดสายตามองไปทั่วทั้งห้อง  ยิ่งพวกที่เรียนมัธยมปีสุดท้ายยิ่งถูกจ้องมองนานเป็นพิเศษ พวกเด็กๆก็ทำได้เพียงพยักหน้าและเอ่ยตอบรับแข็งขัน


"แล้วฉันจะส่งคุณซาโต้ไปประจำอยู่ที่แผนกห้องสมุดมหาวิทยาลัย" 


"หา?"  คราวนี้เป็นเสียงจากเด็กที่กำลังจะถูกลืมให้ยืนอยู่โดดเดี่ยว นัยน์ตาคมเฉี่ยวตวัดไปสบตาคู่สวยของนักเรียนในปกครอง  "อุทานไม่สุภาพเลยคุณนาคาจิม่าหมายเลข2"

"นี่ครูใหญ่กำลังพูดเรื่องอะไรครับเนี่ย?"  ไม่มีขอโทษแล้วยังจะถามกลับมาทันทีเสียด้วย คนเป็นผู้ใหญ่ก็ไม่ใช่ว่าจะถือสาอะไรหรอก ถึงด้วยฐานะของเขามันควรจะน่าตะขิดตะขวงใจอยู่บ้าง

ใบหน้าคมคายฉาบรอยยิ้ม เมื่อได้รับคำถามด้วยท่าทางเอาเรื่องจากลูกศิษย์


"ในบริเวณรั้วมหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่อิสระที่พวกเธอจะใช้ชีวิตกันยังไงก็ได้

และฉันไม่อนุญาตให้เด็กมหาวิทยาลัยเข้ามาในเขตของรุ่นน้อง.. แต่ฉันจะส่งคุณซาโต้ไปทำงานทางโน้น....ต้องการฟังซ้ำอีกไหม?" 
 
คำอธิบายยาวเหยียดยิ่งทำให้คิ้วคนฟังขมวดหนักเข้าไปอีก ถึงมันจะมีเนื้อหามากแค่ไหนแต่มันไม่ตรงประเด็นถึงสิ่งที่เขาต้องการรับรู้ เคนโตะสั่นศีรษะแล้วลอบถอนหายใจเบาๆ


 
"เหตุผลล่ะครับ ครูใหญ่ก็พูดเองว่าทางโน้นอิสระแค่ไหน แล้วทำไมถึงจะส่งเด็กนี่ไป มันอันตรายผมยอมรับไม่ได้"  ดวงตาแข็งกร้าวขึ้นมองผู้ชายที่สูงกว่าเขาทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ คนกลางห้องยังคงนั่งยิ้ม ไม่มีความรู้สึกสะทกสะท้านต่อความอึมครึมที่แผ่ออกมาจากร่างสูง






"......................นั่นมันเป็นหน้าที่ของเธอไม่ใช่เหรอ คุณนาคาจิม่าหมายเลข2" 


"หา เอ้ย ฮะ หืม??"  รู้สึกได้เลยว่าคิ้วของเขากำลังจะชนกันอยู่แล้ว เคนโตะก้าวขาเข้ามาใกล้จุดที่มีร่างเล็กยืนอยู่ แต่สายตาของเขายังมองตอบผู้ใหญ่


"หน้าที่ปกป้องคุณซาโต้.. สำหรับเธอที่จะขึ้นมหาวิทยาลัยในปีหน้า ทำได้ไม่ใช่รึไง?"  นิ่งไปไม่ถึงนาทีความสงสัยบนใบหน้าก็คลายออกทั้งหมด เขาดูกระปรี้กระเปร่าขึ้นมายืดตัวตรงเผงสองมือแนบลำตัวก่อนจะก้มค้อมหลัง... เกือบครึ่งนาทีถึงเงยหน้าขึ้นมายิ้มเท่


"ครับ!!.."

 
"เข้าใจอะไรเร็วค่อยสมกับเป็นเธอหน่อย แต่ดูท่าคุณซาโต้จะยังไม่เข้าใจ เธอจัดการทำความเข้าใจกันเองแล้วกัน ฉันขอตัวกลับห้องทำงานก่อน คุณนาคาจิม่าหมายเลข1 ...ไว้ฉันจะมาฟังเรื่องเล่าของเธอต่อ"

ใช้เวลากับการมาหมกตัวอยู่ในห้องเด็กหนุ่มหน้าตาดีนี่มากเกินไป เมื่อเคลียร์ปัญหาที่ได้รับแจ้งมาจบเขาจึงขอตัวกลับไปทำงานของตนเองต่อ


หลังจากเสียงประตูปิดลงเสียงถอนหายใจจากเด็กเกือบทั้งห้องก็ดังตามๆกันมา



"คิดว่าจะโดนเชือดซะแล้ว เพราะซาโต้คุงหน้าตาถูกใจครูใหญ่แหง..."  เสียงหนึ่งแสดงความคิดเห็นของเขา ที่คิดตั้งแต่เมื่อสักครู่แต่เพิ่งมีโอกาสได้เอ่ยพูด โชริหน้าซีดเผือดเงยหน้าช้อนสายตาประสานกับดวงตาร่างสูง

"รุ่นพี่ฮะ?"


"มาถึงขั้นนี้แล้ว... ก็ต้องคบกันล่ะนะ"  ในใจดีใจจนแทบจะหลุดยิ้ม หัวเราะออกมาให้ดังลั่นห้อง แต่ต้องวางฟอร์มทำเป็นว่ามันคือหน้าที่.. รุ่นน้องที่ตามเขาไม่ทันหน้าเสียหนักยิ่งกว่าเดิม


"...ผมไม่อยากเป็นภาระให้รุ่นพี่"

"ก็ไม่ได้เป็นภาระอะไรนี่ ฉัน..ก็ไม่ได้หนักอกหนักใจอะไร"  ในใจกำลังขอให้โชริหยุดพูดก่อนที่ตัวเขาจะหมดมุขอ้อมโลก แต่ทางนั้นก็ยังอ้าปากขึ้นมาอีก


"แต่ว่า..."


"นายจะแต่อะไรกันหนักกันหนา !! ต้องให้ฉันบอกรักตรงๆหรือไงถึงจะเข้าใจว่าคนเขารู้สึกยังไง!........อะ..."  .......... ถึงได้บอกว่าอย่าพูดอะไรนัก คนเผลอหลุดปากพูดความรู้สึกออกไป ใจเต้นระส่ำจนต้องยกมือขึ้นทาบหน้าอก โชริยังยืนอมลมเข้าแก้มเหมือนสมองไม่ได้ประมวลผลประโยคยาวๆ


"แต่วะ..........เอ๊ะ...รุ่นพี่ว่าอะไรนะฮะ?"  จนจะพูดเองถึงเพิ่งรู้สึกว่าได้ยินอะไรบางอย่าง แม้จะไม่แน่ใจมันก็ทำให้ใบหน้าน่ารักร้อนขึ้นมาได้ เคนโตะเสมองไปทางอื่นบังเอิญไปสบตากับเพื่อนของเขา ก็เห็นพวกบ้ากำลังหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง


"ฉัน... ฉันลืมไปแล้ว ก็นายมันพูดมากฉันก็ลืมหมดสิ!"  คิดคำแก้ตัวที่ดูดีไม่ได้ก็เอามันน่าเกลียดๆแบบนี้ โชริยู่ปากบ่นพึมพำเบาๆ  ".......อะไรกัน...อุตส่าห์ดีใจ" 



"พึมพำอะไร.."  คนไม่ได้ยินหลิ่วตามองเด็กที่ทำลอยหน้าลอยตา เชิ่ดหน้าใส่เขา


"ไม่รู้ฮะลืมไปแล้ว ผมมันพูดมากคิดอะไรเยอะแยะในหัว เลยลืมไปหมดแล้วว่าพูดเรื่องอะไรบ้าง"  ไม่ใช่แค่เชิ่ดหน้า แต่กลีบปากสีสวยนั่นก็เชิ่ดรั้นขึ้นอย่างน่าหมั่นไส้ อดไม่ได้ที่จะคว้าแขนเล็กแกล้งบีบแน่นจนเปลี่ยนจากเชิ่ดคอตั้งเป็นนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ


"ย้อนฉันเหรอ?"


"เจ็บนะ! ใครกล้าย้อนล่ะฮะ"  แกะมือปลาหมึกยังไงก็ไม่ออกเลยใช้อีกมือทุบจนเคนโตะต้องยอมปล่อยให้เป็นอิสระ ฝ่ายคนช่างย้อนแลบลิ้นแล้วกลับไปเชิ่ดหน้าอีกครั้ง


"เจ้าบ้า ปากเก่งนักนะ"  ลูบมือที่ถูกตีด้วยแรงเล็กๆ คำว่าของเขาทำให้โชริหน้าตึงหันขวับมาเม้มปากกัดฟันกรอด


"รุ่นพี่นั่นแหละบ้า!! พูดให้ความหวังคนอื่นแล้วก็มาทำเหมือนพูดไปเล่นๆ นิสัยไม่ดี"  ..... ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งเคยโดนด่าน่ารักขนาดนี้ เกือบหลุดขำออกมาแต่ด้วยใบหน้าจริงจังของรุ่นน้องแล้ว ทำให้ความเกรงใจอันน้อยนิดของเขามันทำงาน ตีหน้าเคร่งขรึมตวัดสายตาไปมองทางอื่น ยกมือขึ้นกอดอก


"ตอนนี้นายก็กำลังพูดให้ความหวังฉัน เจ้าซื่อบื้อ"


"............."  ร่างเล็กยืนกำมือแน่น ริมฝีปากบางสั้นที่ขอบตาเริ่มมีน้ำเอ่อ พอเงียบถึงได้เพิ่งรู้สึกตัวว่าการทะเลาะกันทางวาจาของเขามีสักขีพยานอยู่เกินกว่าสิบชีวิต ถึงแม้พวกรุ่นพี่คณะกรรมการนักเรียนคนอื่นจะกำลังทำกิจกรรมของตัวเอง ก็ยังมีช่วงที่แอบเหลือบขึ้นมามองให้ความสนใจ



ความที่เริ่มรู้สึกอายต่อการกระทำของตัวเองทำให้เขาตัดสินใจจะออกจากที่นี่ แต่ทันทีที่ขยับตัวก็ถูกเคนโตะล็อคข้อมือเอาไว้ดึงให้ลงมานั่งตัก  "จะไปไหน" 

"ไปหาที่รอเวลาหมดคาบเรียนแล้วจะเข้าเรียนคาบต่อไปฮะ"  ตอบคำถามตรงๆไม่มีเล่นลิ้น มันสร้างความพอใจให้กับคนส่งคำถามจนเจ้าตัวระบายยิ้มละไมออกมา

"ฉันอนุญาตให้รอตรงนี้ได้"  ...เสียงทุ้มนุ่มเอื้อนเอ่ยอยู่ข้างใบหู เคนโตะกระชับอ้อมกอดให้แคบมากขึ้น จนร่างที่ถูกกอดรัดมีปฏิกิริยาตอบรับ เริ่มพยายามแกะมือของเขาออก  "กำลังทำอะไร?"

 
"ผมเข้าใจแล้ว จะรอที่นี่ แต่ตอนนี้อึดอัดฮะ"  สู้แรงไม่ได้สักที.. ไม้ตายสุดท้ายก็คือการพูดขอร้องพร้อมส่งสายตาน่าสงสาร เคนโตะลอบยิ้มมุมปากไม่ให้คนบนตักเห็น

"ฉันบอกให้รอตรงนี้?"  เขาว่าพลางกอดแน่นมากขึ้นไปอีก โชริกระตุกนั่งตัวตรงเกร็งจนตัวชา ไม่เข้าใจไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจคำพูดของรุ่นพี่ทำไมถึงได้เข้าใจยากเย็นแบบนี้ 



"ผมไม่เข้าใจ?" 

"ตรงนี้ก็คือ..บนตักของฉัน...."




"///////////////////"



"โอ้ยๆๆๆ พอแล้ว ได้รับอนุญาตแล้วเยอะไป เพื่อนๆยังไม่มีเว้ย!"  เด็กหนุ่มผมตั้งตะโกนฝ่าม่านหวานๆที่กำลังจะทำให้เพื่อนๆอกแตกตาย สิ้นเสียงของเขาเด็กหนุ่มคนอื่นๆก็ผงกศีรษะเห็นด้วยไม่ต่างกัน แต่มีหรือคนมีความสุขได้ทั้งขึ้นทั้งร่องจะสนใจ ตอนนี้จิตใจของเขาจดจ่ออยู่แต่กับร่างบางในอ้อมแขนเท่านั้นแหละ


"ตกลงว่าจะคบกับฉันรึเปล่า"  เข้าประเด็นแบบไม่อ้อมค้อม ทางร่างเล็กเองก็เป็นเด็กตรงไปตรงมาอยู่แล้ว เขาเลยไม่มีทีท่าตกใจกับคำถาม.. ออกจะรู้สึกดีกว่าถูกกวนประสาทเป็นไหนๆ

"เหตุผลล่ะฮะ"  ในใจตอบตกลงรุ่นพี่ไปแล้ว แต่เพราะว่าเคนโตะไม่ยอมบอกเหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่ภาระ .. เขาไม่ต้องการให้ใครถูกบังคับจิตใจ

โดยเฉพาะกับคนที่ตัวเองชอบ.. ไม่ต้องการได้รับการดูแลปกป้องจากคนที่ชอบ ทั้งๆที่ทางนั้นไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยเลย


"นั่นสินะ..........."  ทำท่าลูบคางใช้ความคิด ก่อนยื่นหน้ามาวางคางลงบนลาดไหล่แคบ    "อยากได้แบบไหน? เพื่อปกป้องนายจากกลุ่มแฟนคลับที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว?"

 
"......."  คำถามแรกไม่มีเสียงแสดงความเห็นจากคนน่ารัก โชรินั่งฟังเสียงอืมงึมงำของเคนโตะไปเรื่อยๆ จนเจ้าตัวเอ่ยเป็นประโยค

 
"อืม...... เพราะรับปากครูใหญ่ไปแล้ว?"  ก็ยังไม่ใช่ประโยคที่ทำให้เขารู้สึกยินดี ต้องบอกว่ารู้สึกแย่ลงด้วยซ้ำที่รุ่นพี่จะต้องบังคับตัวเองเพราะเป็นคำที่ให้ไว้กับผู้ใหญ่ ... ในขณะที่ใบหน้าใสเหยเกเหมือนจะร้องไห้อีกคนกำลังยกยิ้มมุมปาก


"........"


"งั้นเพราะทั้งฉันทั้งนายยังโสดดีมั้ย?"  ยังแกล้งแหย่ไม่เลิก.. โชริเงยหน้าขึ้นมองเพดานห้อง กะพริบตาถี่ๆไม่ให้น้ำตาไหลออกมาต่อหน้าคนจำนวนมาก



"......................................"



เสียงเคนโตะเงียบไปนานกว่าครั้งก่อนๆ มือที่กอดเอวเลื่อนขึ้นมาวาดโอบรอบหัวไหล่บาง จับให้เด็กน้อยเปลี่ยนท่าเป็นนั่งหันข้าง อีกมือหนึ่งแนบแก้มเนียนนุ่มลูบไล้ลงมาจนถึงคางมนจับเบาๆให้หันหน้าเข้ามาหากัน



"แต่พอมาคิดๆดูแล้ว....





เพราะ'ฉันรักนาย' คงจะเข้าท่าที่สุด"






"... สายไปแล้วฮะ!"  สวนกลับรวดเร็วด้วยเสียงดังฟังชัด ใบหน้าคนทำเป็นเท่ขึ้นเครื่องหมายคำถาม โชริทำปากยื่นจับมือใหญ่ออกจากหน้าของเขา จ้องมองนัยน์ตาสีเข้มสักพักถึงคลี่ยิ้มหวานออกมา



"ผมตกลงตั้งแต่คำขอครั้งแรกของรุ่นพี่แล้ว"






"ฮิ้ว!!~ แฮปปี้แล้วจบครับ เดี๋ยวอาหารกลางวันที่ยังไม่ย่อยจะขย้อนออกมา"

"ต....แต่ว่า..."  เสียงเล็กดังขึ้นหลังจากถูกเด็กหนุ่มหลังห้องตะโกนขัดความหวาน ทำให้ห้องกลับมาเงียบอีกครั้งเพราะทุกคนกำลังรอฟังสิ่งที่เจ้าตัวเล็กจะพูด





"ผมยังไม่ได้บอกรักรุ่นพี่เลย.."  ไม่ใช่แค่คนส่งเสียงล้อ แต่ทุกคนในห้องผงะนิ่ง... มีแค่ดวงตาเท่านั้นที่กะพริบมองเด็กมัธยมต้นคนเดียวในห้อง โชริก้มหน้าลงเมื่อรู้สึกว่าเขาพูดอะไรผิดไป รู้สึกกลัวกับสายตาของพวกรุ่นพี่โดยเฉพาะเจ้าของตักนุ่ม



"เอ๋...."  ความรู้สึกอุ่นๆที่หลังทำให้ต้องเหลียวกลับไปมอง ตากลมเบิกกว้างเมื่อรู้ตัวสาเหตุรีบล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าของตนออกมาเช็ดจมูกคนเลือดกำเดาไหล


"รุ่นพี่เป็นอะไร ทำใจดีๆไว้นะฮะ"  นอกจากร่างเล็กที่ตื่นตระหนกแล้วคนอื่นๆดูจะแสดงสีหน้าต่างๆกันไป แต่เกิดจากอารมณ์ที่ไม่ต่างกัน


 
 
รับไม่ได้....... ที่เพื่อนของพวกเขาจะฉีกคาแรคเตอร์ที่สร้างมาตลอดเกือบจบมัธยมได้ขนาดนี้...


โดยที่มันกำลังจะมีแฟนเป็นตัวเป็นคนก่อนพวกเขาทุกคน และแฟนของมันก็ช่างน่ารักอะไรอย่างนี้... รับไม่ได้จริงๆ




".......... ความน่าเกลียดของมันกลายเป็นเรียกคะแนนสงสารจากซาโต้คุง.."

"อาหารกลางวันฉันขึ้นมาถึงคอแล้วตอนนี้"


"เคนโตะ..... ไม่มีเหลือความเป็นเจ้าชายแม้สัก1เปอร์เซ็นต์"

"...อ๊ะ! ออดดังแล้ว ..ถึงเวรของฉันต้องไปห้องพยาบาลแล้วล่ะ!"






"รุ่นพี่ อย่าเป็นอะไรนะฮะ! ทำไมเลือดไม่หยุดไหล ช่วยด้วย!"
 
 
 
 
 
end
 
 
 
___________________

กำลังอยากแต่งคู่อื่นๆ
 
แต่ก็อยากแต่งโชริซนๆบ้าง
 
ค่อยๆทะยอยมา

[SF] untitled (Kento-Shori<-Yuta)

posted on 22 Oct 2011 21:21 by ryoyancha  in FicKentoXShori
ยังไม่ได้คิดชื่อเรื่อง.... เลยเป็นอันไตเติ้ลไปก่อน
 
แต่งเสร็จตั้งแต่สามวันก่อน ลืมฮ่าๆๆ
 
 
 
 
 
เป็นฟิคที่เป็น เคนโตะโชริ ไม่มีความคลุมเครือใดๆ .... แต่ในจิตใจเนยัง สับสน ว่าเนจะ เคนโตะโชริ หรือ จินกูจิโชริ
 
(แต่บักเคนเป็นลูกเน...  โชริเป็นคนสวน ยูตะจินเป็นเพื่อนคนสวน << แล้วไอ้ผังแบบนี้  มันดูเหมือนกับว่า คนปกติคงจับคู่ให้ลูกตัวเองมากกว่าจับคนอื่นกับคนอื่น...)
 
แต่พอดีว่าไม่มีใครเป็นคนอื่น ฮ่าๆๆๆ  แค่คนสวนเอ๋อๆ กับเพื่อนคนสวนกวนๆ   ที่สำคัญคือ ลูกชายสุดหล่อและฉลาดโฮะๆๆ
 
 
 
 
 
นาคาจิม่า เคนโตะ  ///  ซาโต้ โชริ  <-------- จินกูจิ ยูตะ
 
 
____________________________
 
 
 
 
 
 
 
 
 
'จริงอยู่ว่าเราไม่ได้เพิ่งรู้จักกัน แต่ตั้งแต่วันนี้เรากำลังจะกลายเป็นสมาชิกวงเดียวกัน




แล้วถ้าฉันจะบอกนายว่าช่วยอยู่ข้างฉันตลอดไปได้มั้ย นายจะว่ายังไง...'



.... 'เอ๊ะ?'


'มันอาจจะทำให้นายลำบากใจ ยิ่งต้องทำงานร่วมกันบางทีสิ่งที่ฉันจะพูดออกไปอาจจะทำให้นายอึดอัด.............. แต่ฉันชอบนายจริงๆ แน่นอนว่าในความหมายของคนรัก'





'ผม...'


'ยังไงก็คงรับไม่ได้สินะ'



'ไม่ใช่ฮะ.. มันกะทันหัน แล้วก็..ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง...'


'งั้น.. ลองคบกันได้มั้ย ฉันสัญญาว่าจะทำให้นายมีความสุขมากที่สุด'







.........................




"ผิดแล้ว... คำว่า 'มี' ที่ใช้กับสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตมันคนละคำกัน.."  เสียงนุ่มลื่นหูเอ่ยอย่างเป็นจังหวะ เขาพยายามใช้คำศัพท์ที่เข้าใจง่ายและพูดอย่างช้าๆ เพื่อสอนภาษาให้เด็กลูกครึ่งตัวน้อย โดยที่ไม่รู้ตัวว่าการกระทำที่ใจดีเกินไปของเขาในตอนนี้ กำลังอยู่ในสายตาของใครบางคน


ยิ่งนานวัน ยิ่งไกลออกไป


ทั้งๆที่ตั้งแต่เมื่อก่อนก็ไม่เคยให้ความสนใจไม่เคยรู้สึกพิเศษกับใคร .... เพราะหลงเชื่อไปกับคำพูดหวานๆ และคิดว่าตัวเองคงจะเป็นคนที่มีความสุขมากที่สุด

.... ต้องคิดเอาไว้ว่า 'มันเป็นความสัมพันธ์ลับๆที่ไม่มีใครรู้' ... แต่ถ้าเหตุผลเพียงเท่านั้นทำให้ไม่ได้รับการเหลียวแลเลย


ตั้งแต่แรก ไม่ต้องมาทำให้ใจเต้น รวมถึงตัวเขาเองถ้าไม่เชื่อคำหวานก็คงจะดีหรอก



"ฮะๆ.. เคนโตะน่ารัก"  สำเนียงน่ารักๆจากเด็กที่ยังไม่แข็งแรงในภาษาญี่ปุ่น เรียกเสียงโห่ฮิ้วจากเด็กคนอื่นๆในห้อง


"โว้ว!"  เสียงหัวเราะล้อเลียนดังต่อเนื่อง ไม่มีใครที่ไม่มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า ... ไม่ว่าจะยิ้มออกมาจากความรู้สึก หรืออาจจะมีบ้างที่ยิ้มตามด้วยความจำเป็น



///แอด....
 
 
"ซาโต้ โชริคุงอยู่มั้ยครับ!"  เสียงเรียกทะเล้นๆดังมาจากเด็กหน้าประตู ร่างเล็กยื่นแค่ใบหน้ากวนประสาทเข้ามาแล้วทำทีมองซ้ายขวา  เจ้าของชื่อที่นั่งยิ้มบางๆอยู่ค่อยๆเบือนสายตาไปมอง ... "จินจัง?"

สบสายตากันโดยไม่ตั้งใจ ฝ่ายคนมาหาก็รีบตรงดิ่งเข้ามาดึงแขนบาง ลากเด็กหน้าเอ๋อตามตนออกจากห้องแต่งตัวไป ไร้ซึ่งเสียงโวยวาย... มีเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่หรี่เล็กลง ละจากกิจกรรมของตนจ้องมองตามจนประตูปิดลง



"จินจังปล่อยมือได้แล้วล่ะ"  คนตัวเล็กกว่านิดหน่อยก้มลงมองมือของเขาที่จับอีกมือแน่น ก่อนจะรีบผละพร้อมส่งเสียงหัวเราะแห้งๆออกมา เดินต่อไปอีกจนมาหยุดอยู่ข้างเครื่องกดน้ำอัตโนมัติ เมื่อมั่นใจว่ารอบบริเวณไม่มีใครอยู่นอกจากเด็กที่พามาด้วยกัน ใบหน้าขี้เล่นก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง


"ฉันหาคนที่ตรงสเป็กได้แล้ว!"  ด้วยวัยที่กำลังคึกคะนอง หลายๆครั้งที่บทสนทนาจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องรักๆใคร่ๆ ซึ่งร่างบางก็ได้กลายไปเป็นที่ปรึกษาปัญญาหัวใจของเพื่อนตรงหน้าไปโดยไม่รู้ตัว

 
"คนที่เหมือนกับยูโตะคุงเหรอ?"  ส่งคำถามไปพร้อมกับรอยยิ้มเมื่อเห็นแก้มเนียนแดงระเรื่อขึ้นมา ได้ยินชื่อรุ่นพี่ที่ชื่นชอบแล้วอดเขินไม่ได้ มือเล็กยกขึ้นลูบท้ายทอยพลางถอนหายใจออกมาเสียงดัง 


"ไม่เหมือนเสียทีเดียว.. แต่ตรงความไร้เดียงสา  ใครๆก็อยากแกล้งเพราะแกล้งไปก็ไม่ถูกโกรธ ซ้ำยังดูไม่รู้ตัวว่าถูกแกล้ง....รวมทั้งมุมที่จริงจังเอางานเอาการฉันว่าใช่เลย" 

คนฟังยิ้มกว้างมากกว่าเดิม นัยน์ตากลมโตหยีโค้ง ยื่นมือไปลูบศีรษะเด็กอายุน้อย  "จินจังก็ไม่ต้องฟิตกล้ามแบบยามาดะคุงแล้วสิ"


...นั่นน่ะ เขาแค่เผลอให้สัมภาษณ์ออกไป เพราะความรู้สึกอิจฉาหุ่นเท่ๆมันอัดอั้นตันอกต่างหาก ...  ถึงจะไม่หวังไขว่คว้ารุ่นพี่ที่อยู่สูงเกินเอื้อมให้ถูกว่าแก่แดด..ทั้งที่ตัวเท่ามด  แต่เขาก็ยังอยากจะมีหุ่นแมนๆอย่างรุ่นพี่เซนเตอร์คนดังของวงคนนั้นอยู่ดี


"แต่ว่า!..... เด็กคนนั้นเป็นผู้ชาย อืม ฉันรู้ว่านายคงรับไม่ได้"  ก้มหน้าก้มตามองพื้น อมลมเข้าแก้มจนพองป่อง โชริเอียงศีรษะแอบก้มมองใบหน้าของคนบ่นเสียงเล็กเสียงน้อย 


"ความรักไม่ว่าจะรักแบบไหนก็เป็นสิ่งที่สวยงาม ความรักของจินจังฉันเอาใจช่วยนะ"

ยูตะเงยหน้าขึ้นพรวด กลีบปากสีชมพูสวยแย้มยิ้มร่าเริงเหมือนเด็กเล็ก กระโดดเข้ากอดร่างบางจนคนไม่ทันตั้งรับเกือบเสียหลัก  โชริยกมือขึ้นกอดตอบ... เขารู้สึกถึงแรงของวงแขนแล็กที่แน่นมากขึ้นจนน่าอึดอัด


แต่ก่อนที่จะได้เอ่ยบอก อีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างใบหู... เสียงโทนต่ำแสดงถึงความจริงจัง ของเด็กที่มักจะทำตัววุ่นวายเสมอ
 
 
 
"ฉันชอบนาย โชริ.."







.....................

ปิ๊ป ปิ๊ป ปิ๊ป

..กริ๊ก


__________________

จาก :: นาคาจิม่า เคนโตะ


-'ตอนนี้อยู่ที่ไหน

คุยอะไรกับจินกูจิ?'-
__________________



"..ทำยังไงดี"  แยกกับยูตะได้สักพักแล้ว เพราะห้องแต่งตัวของเขากับทางนั้นคนล่ะห้องกัน เลยพาลเดินคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ขาที่กำลังก้าวหยุดลงหลังจากอ่านเมล์ที่ได้รับ ขยับพิงกำแพงยืนครุ่นคิดถึงสิ่งที่ควรจะตอบกลับไป

บางครั้งความจริงก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด... 

คิดได้ดังนั้น นิ้วเรียวจึงรีบกดข้อความส่งตอบ


"บอกว่า...จินจังถามเรื่องเรียนคงจะได้ล่ะมั้ง"  ตรวจทานข้อความเรียบร้อยตัดสินใจกดส่งทั้งที่ยังหัวใจเต้นแรง ... ไม่เคยโกหกใครแต่เพื่อความสบายใจแล้ว มันคงไม่มีปัญหาอะไรตามมาหรอกนะ..


"เรื่องแค่นั้นถามในห้องก็ได้นี่ ///"หวา!! เคนโตะคุง" "  มือหนึ่งยังถือโทรศัพท์ของตนอีกมือวางทาบกำแพงข้างๆศีรษะเล็ก ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัวจนเกือบทำของในมือตกพื้น ใบหน้าเนียนใสเริ่มซีดขึ้น


"ไม่มีอะไรก็ดี ตอนนี้ทุกคนกลับบ้านไปหมดแล้ว ฉันคิดว่าเราก็ควรจะกลับ.."  พูดพลางปล่อยสายสะพายกระเป๋าจากช่วงข้อศอกลงมาที่มือ แล้วยื่นให้กับเจ้าของมัน โชริรับมาเก้ๆกังๆ เขายังรู้สึกไม่กล้ามองหน้าร่างโปร่งตรงๆ ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเดินตามหลังไปเงียบๆ


"โชริวันนี้ไปบ้านฉันมั้ย"  รู้ตัวอีกทีจากที่เดินตามอยู่ข้างหลัง เคนโตะก็เป็นฝ่ายหยุดรอแล้วเริ่มเดินไปพร้อมกัน มือผอมวาดโอบไหล่บาง ทั้งที่ไม่เงยมองก็รับรู้ได้ถึงสายตาอ่อนโยนของอีกฝ่าย ใบหน้าใสเงยขึ้นช้าๆสบนัยน์ตาของตนเข้ากับดวงตาคู่สวย เหมือนถูกสะกดให้เขาเผลอพยักหน้าตอบตกลง


ร่างสูงยิ้มรับคำตอบ ล้วงมือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรไปหาคนที่บ้าน เพื่อให้เตรียมอาหารไว้สำหรับเพื่อนตัวน้อยของเขา


"จริงๆแล้วไม่ต้องเตรียมไว้ให้ก็ได้ฮะ.. หรือว่าผมควรจะกลับบ้าน จะได้ไม่เป็นตัวสร้างปัญหา"  เริ่มลังเลว่าตัวเองจะไปสร้างความเดือดร้อนให้กับใครรึเปล่า โชริทำท่าจะเดินแยกออกไปทั้งๆที่ถึงยังไงก็ต้องไปขึ้นรถที่เดียวกันอยู่แล้ว มือผอมรีบคว้าแขนเด็กที่ขยับตัวเหมือนขาดสติ


"ตอนนี้ถ้าไม่ไปแล้วอาหารที่ทำไว้เหลือนั่นล่ะคือปัญหา"  พูดจบก็ดึงมือเด็กขี้เกรงใจให้เดินเร็วขึ้น โดยไม่สนใจสายตาคนรอบข้าง ... ลักษณะการจับมือของเขาสองคนในตอนนี้ไม่ได้ดูเหมือนคนรักกันอยู่แล้ว คงดูเหมือนพี่ชายลากน้องที่ท่าทางหลงทางง่ายให้ไปด้วยกัน



เพียงแค่ก้าวเข้ามายืนในรถไฟที่มีคนแน่นขนัด ร่างเล็กก็ถูกดันไปจนถึงเสาข้างเบาะนั่งด้านใน เคนโตะเอามือสอดเข้าด้านหลังโอบรอบเอวผอม เพื่อให้มีระยะห่างกันการเจ็บจากการเสียดสี 


"มารี่..." 

เฮือก.!

ไหล่บางกระตุกกับเสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นข้างหู.. แค่ยืนก็ใกล้กันมากอยู่แล้วเคนโตะยังเหมือนแกล้งก้มหน้าลงมา ใช้เสียงโทนที่ได้ยินไม่บ่อยนักเอ่ยพูด

ที่สำคัญคือชื่อเด็กคนที่หลุดออกมากลีบปากบาง  "จำศัพท์ได้เยอะอยู่เหมือนกัน"


ไม่เห็นภาพบาดตา ก็ยังต้องมายืนฟังคำพูดอ้างถึง... ถ้าน่าสนใจขนาดนั้นทำไมถึงไม่ชวนทางโน้นกลับบ้านด้วย ไม่เห็นจะต้องมาสนใจเขาเลย


"น่ารำคาญก็จริง... แต่เป็นเด็กตรงไปตรงมาไม่โกหก"  รู้สึกขนลุกกับลมหายใจอุ่นที่แก้มเนียน ใบหน้าของเคนโตะอยู่ใกล้มาก ทุกครั้งที่เขาขยับปากพูดรู้สึกได้เลยว่าริมฝีปากของเขามันเฉียดแก้ม






"ฉันไม่ชอบเด็กพูดโกหก.. เพราะงั้นถึงจะเหนื่อยที่ต้องคอยดูแล แต่ก็รู้สึกดี"





..................................

กึก...


"ถึงแล้ว" ... หลังจากที่ไม่มีเสียงพูดคุยกันมาตลอดทางตั้งแต่จบเรื่องเด็กลูกครึ่ง เคนโตะก็เปิดปากเป็นครั้งแรก แนะนำบ้านของเขา... คนเดินตามมาเงียบๆเงยหน้าขึ้นมองบ้านเดี่ยวตรงหน้า

"ใหญ่จัง"  สมกับที่เป็นคุณหนู ร่างโปร่งยักไหล่ หันไปสนใจกับการเปิดรั้วบ้านพาเด็กรุ่นน้องเข้าไปด้านใน


//แอด


"กลับมาแล้วครับ"


"รบกวนด้วยครับ"  คนหนึ่งเอ่ยด้วยความคุ้นชิน ส่วนอีกคนหนึ่งเอ่ยอย่างตื่นเต้น เคนโตะที่เห็นเด็กข้างกายไม่ถอดรองเท้าสักที ขยับไปนั่งลงตรงขาบาง แต่เพียงแค่เขาจับไปที่ข้อเท้าโชริก็หลุดจากอาการเหม่อ รีบก้มลงถอดมันด้วยตัวเอง



"อาหารใกล้จะเสร็จแล้ว.. เก็บของให้เรียบร้อยแล้วพาน้องมาที่โต๊ะอาหารเลย"  หญิงวัยกลางคนเปิดประตูห้องออกมาต้อนรับ ทักทายเด็กทั้งสองคนก่อนจะหันไปสั่งลูกชาย  .. สิ้นประโยคเคนโตะไม่รอช้าดึงร่างเล็กที่กำลังก้มโค้งทักทายมารดาของตนขึ้นไปชั้นบน  เด็กคนนี้ทำอะไรเชื่องช้าไปเสียหมดทุกอย่าง


//แกร๊ก...

"เอาของวางไว้ที่ปลายเตียงก็ได้"  โชริเดินเข้าไปวางกระเป๋าลงตามคำบอก นัยน์ตาคู่โตมองไปรอบห้องอย่างสนอกสนใจ


หมับ!!

....................  ถูกกอดจากด้านหลังไม่ให้ตั้งตัว ร่างเล็กเกร็งตัวแข็งขึ้นมาทันที เคนโตะยิ้มบางๆกับท่าทีตกใจน่ารักๆ ก่อนขโมยสัมผัสแก้มนุ่ม ...

ไม่มีเสียงท้วงจากร่างในอ้อมกอด ท่าทางจะช็อคกับการกระทำกะทันหันของเขายิ่งกว่าเดิม มือขาวค่อยๆจับให้คนตัวแข็งนั่งลงบนเตียงโดยหันหน้าเข้ามาหาเขา


"เคนโตะคุง.."  นัยน์ตาคู่สวยช้อนมองเจ้าของห้องที่ยืนอยู่ตรงหน้า น่ารักจนร่างสูงอดไม่ได้ที่จะวางมือลูบผมนุ่ม  "ตามที่ตกลงกัน ถ้าอยู่สองคนนายต้องเรียกฉันว่าอะไร"

"ค..เคนโตะ"  แก้มเนียนแดงระเรื่อขึ้นกับการเรียกชื่อห้วนๆที่ไม่ค่อยได้เอ่ยบ่อยนัก เคนโตะยกยิ้มมุมปากเลื่อนมือบนหัวเล็กไล้ลงมาแนบแก้มอุ่น

"อ่าฮะ ดีมาก"  ขยับวางเข่าข้างหนึ่งลงข้างๆเรียวขาเล็ก โน้มหน้าลงไปใกล้กับใบหน้าน่ารัก จุมพิศเบาๆลงกลางหน้าผาก 


"มีอะไรอยากพูดกับฉันรึเปล่า ..."  หย่อนก้นนั่งลงข้างๆ นั่งจ้องใบหน้าคนรักตัวน้อย สายตาของเขาทำให้คนถูกมองต้องก้มหน้าลงหันหนีไปทางอื่น ... จากที่ตัวเล็กแคบอยู่แล้วในตอนนี้ยิ่งดูเหมือนสัตว์เล็ก

เพิ่งคลายอ้อมแขนแท้ๆ เขากลับรู้สึกอยากกอดเด็กน้อยแน่นๆอีก



.... แต่จะรอจนกว่าร่างเล็กจะเปิดปากพูดกับเขา


"จินจัง..ไม่ได้มาถามเรื่องเรียนหรอกฮะ"  สารภาพเสียงเบา คนที่รู้เห็นเหตุการณ์อยู่แล้วมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้น ก่อนถามเข้าประเด็นตรงไปตรงมา

"สารภาพรัก?"  ตากลมโตยิ่งขึ้นกว่าเดิม เปิดปากแต่ไม่มีเสียงหลุดลอดออกมา เคนโตะจึงเป็นฝ่ายเอ่ยพูดต่อ

"ฉันได้ยินทั้งหมดที่พวกนายคุยกัน"  เสียงเรียบที่ดูไม่บ่งบอกอารมณ์ของเขา.. แต่เพราะดูไม่โกรธก็ช่วยคลายความตกใจไปได้บ้าง  โชริก้มหน้าลงกล่าวขอโทษ "ขอโทษฮะ"

"แล้วว่ายังไง? ยังไม่ได้ตอบหมอนั่นไปสินะ"  ตอนแรกเขาคิดจะเข้าไปกระชากเด็กตัวจิ๋วนั้นให้ออกห่างจากคนรักของตนทันที แต่ขามันกลับไม่สั่งการให้เดินเข้าไป เหมือนอยากจะรอฟังอะไรๆให้แน่ใจ .... แต่สุดท้ายโชริก็ไม่เอ่ยคำพูดที่เขาอยากฟังมากที่สุดในเวลานั้น ........    คำตอบปฏิเสธออกไปตรงๆ

ซึ่งแน่นอนว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขายังคงเชื่อว่าเด็กที่เขาเลือกมา เป็นเด็กน่ารักเรียบร้อยของจริงไม่ได้เสแสร้ง....... ถ้าโชริลังเลใจนั่นก็อาจจะเพราะนิสัยช้าๆ แถมยังขี้เกรงใจจนทำให้ไม่สามารถส่งคำตอบออกไปได้ทันที หรือเป็นตัวเขาที่ทำอะไรเอาไว้ให้ร่างเล็กหมดความเชื่อมั่น



"ถ้าฉันไม่ดี ล...." 

"ไม่ใช่เคนโตะ!... ผม.. ผมต่างหากที่คิดมาตลอดว่าตัวเองเหมาะสมกับเคนโตะจริงๆรึเปล่า" รีบพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่อีกคนจะกล่าวโทษตัวเอง หยาดน้ำใสๆเริ่มจับตัวกันบริเวณขอบตา ทางนี้เองก็รู้สึกผิดไม่น้อยไปกว่ากัน

"..."

"ถึงจะเป็นฝ่ายถูกสารภาพรัก... แต่กลับรู้สึกว่าทางผมต่างหากที่รักเคนโตะมากขึ้นทุกวันๆ ทางผมที่เอาแต่คิดหึงไม่เข้าท่า..... หน้าตาก็ไม่น่ารัก แล้วนิสัยยังไม่ดีอีก" 



หมับ!!!


"...ถ้าขืนปล่อยให้นายพูดมากไปกว่านี้ฉันต้องรั้งตัวเองไว้ไม่ได้แน่"  ยิ่งเห็นโชริแสดงความรู้สึกที่มีต่อตัวเขาออกมาตรงๆ แบบที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าร่างเล็กใจตรงกับตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่ ข้างในก็ยิ่งถูกโจมตีด้วยความรู้สึกทั้งรัก ทั้งหวง..

รักจนอยากครอบครองไว้แต่เพียงผู้เดียว.. แต่ก็อยากทะนุถนอมเอาไว้จนกว่าจะถึงเวลาที่สมควร




"ในสายตาของฉันนายน่ารักที่สุด.."




................................


"ผมคิดไปเองสินะ ว่าของผมมันดูน้อยกว่าปกติ"  เลิ่กคิ้วมองอาหารส่วนของเขาที่มันน้อยกว่าทุกวัน ยิ่งเหลือบไปมองเห็นของเด็กข้างๆมันดูมากเกินกว่าที่ตัวเล็กๆจะกินเข้าไปได้หมด มากกว่าที่เขากินปกติด้วยซ้ำ

โชริที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไร นั่งยิ้มหวานมองบทสนทนาภาษาแม่ลูก ... ตอนนี้เก้าอี้รอบโต๊ะอาหารฝั่งหนึ่งเป็นเขากับเคนโตะ และอีกฝั่งเป็นคุณพ่อคุณแม่ของทางนั้น


"ไม่คิดไปเองหรอก แม่แบ่งของเคนโตะไปให้โชริคุง"  ตอบพลางหย่อนก้นนั่งลงให้เรียบร้อย ก่อนยกมือพนมกลางอกพร้อมกับสามีของหล่อน แล้วเอ่ยคำที่ต้องพูดก่อนรับประทานอาหารเป็นกิจวัตร โชริรีบทำตามทันที... มีแต่คนโวยวายเท่านั้นที่ยังไม่ยอมหยุด


"หา? เรื่องอะไรแม่มาแบ่งอาหารของผม เจ้านี่ตัวเล็กนิดเดียวครึ่งชามก็พอแล้ว"  หันไปพยักเพยิดหน้าทางเด็กตัวเล็กแห้งเหมือนไม้เสียบดังโงะ ศึกครั้งนี้คงจะไม่จบลงง่ายๆถ้าเขาจะได้กินข้าวเท่าแมวดมจริงๆ

"เพราะตัวเล็กนิดเดียวนี่ล่ะ เราน่ะตัวโตแล้วกินแค่นั้นพอ ให้น้องเขากินเยอะๆจะได้โตทันกัน"  ไม่ได้โตอะไรนักหนาเลยก็แค่เกิดก่อนเท่านั้นแหละ แม่ไม่เห็นหรือไงว่าจริงๆลูกแม่ออกจะบอบบางน่าทะนุถนอม? ขนาดนี้

หงุดหงิดจริงๆนะเนี่ย เรื่องอะไรยอมได้หมด แต่เรื่องปากท้องนี่.....


เคนโตะลอบถอนหายใจ เมื่อมารดาของตนละความสนใจไปตั้งใจกินข้าวแล้ว เขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นเด็กน้อยข้างกาย โชริยังไม่เริ่มตักอะไรเข้าปากสักคำ


"ชิ.... นี่ นี่ โชริ เนื้อชิ้นนั้นฉันขอได้มั้ย โอ้ย! ตีผมทำไม?"  ชักมือขึ้นด้วยความตกใจที่จู่ๆก็มีตะเกียบมาฟาดลงที่หลังมือเขา นางนาคาจิม่าเหล่ลูกชายตัวดี


"ไม่ต้องแย่งน้องเลย ... อาหารมีให้เติมอีกเยอะแยะ หมดก็ลุกไปเติมเองได้ไม่ใช่รึไง"  พอรู้ว่าอาหารยังมีให้เติมอีกเคนโตะก็สงบลง เหลืออาการกระฟัดกระเฟียดเล็กน้อย เมื่อเข้าใจแล้วว่าถูกแกล้ง

"แกล้งผมนี่.."


"โทษฐานที่ทำให้โชริคุงกังวลใจ"  คำเฉลยเหตุผลทำคนฟังขมวดคิ้วฉงน แต่คุณแม่ของเขากลับนิ่งก้มหน้ากินข้าวเงียบไม่ยอมขยายความมากไปกว่านั้น .. จนในที่สุดก็เข้าสู่บรรยากาศของการรับประทานอาหารอย่างจริงจัง


โชริที่พยายามกินจนไม่สามารถกินต่อได้สุดท้ายก็เสร็จคนนั่งข้างๆไป.. กระทั่งทุกคนวางมือพร้อมกับถ้วยชามที่ว่างเปล่า ก็เป็นอันจบมื้อเย็นในวันนี้  ร่างเล็กขันอาสาเป็นผู้ช่วยล้างอุปกรณ์ต่างๆ  ส่วนนายนาคาจิม่า และลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจับกลุ่มนั่งดูรายการโทรทัศน์



"เคนโตะหลอกอะไรเราถึงติดกับได้ล่ะเนี่ย?" 

"แม่ครับ..."  คนหูดีรีบหันมาพูดตัดบทสนทนา แต่การจะเอาชนะแม่ของเขามันไม่ง่ายอย่างที่คิด

"แม่ถามน้องไม่ได้ถามลูก ว่ายังไงพี่เขาเป็นยังไงบ้าง?"  แว่วเสียงหัวเราะดังมาจากชายวัยกลางคนที่ไม่มีส่วนร่วมมากที่สุด เคนโตะเดาะลิ้นเหล่มองคนรักที่แก้มเนียนเริ่มแต้มสีเลือดฝาด


"..... ใจดี.... แล้วก็ เท่มากๆ ไม่ใช่แค่บนเวที แต่ว่าอยู่ข้างนอกก็มีออร่าของความเป็นไอดอล"  คำตอบเป็นที่น่าพอใจจนคนถูกชมไม่สามารถหุบยิ้มบนใบหน้าได้ เขาขยับนั่งลงดีๆผิวปากไปตามองภาพในจอแอลซีดีไป


"นั่นไม่ใช่ลูกป้าแล้วล่ะ"

"แม่ครับ........"  ไว้ใจไม่ได้เลย พอจะเอนกายให้สบายเข้าหน่อยแม่ของเขาก็จะเข้าเรื่องที่ทำให้ภาพพจน์ลูกตัวเองพังเรื่อย คนถูกเรียกหรี่นัยน์ตาเล็กลงปรายมองเด็กหนุ่มกลางห้อง


"แม่ไม่ได้คุยกับเคนโตะ ไปอาบน้ำไป..."  ยอมลุกออกไปอย่างเสียไม่ได้.. เพราะคุณพ่อของเขาแช่น้ำเรียบร้อยก่อนกินข้าวแล้ว ... นัยน์ตาคู่สวยแอบชำเลืองมองเด็กตัวเล็กที่ล้างจานอย่างขยันขันแข็ง......

ชั่วแว่บหนึ่งในความคิดที่เขาอยากจะลากโชริไปอาบน้ำด้วยกัน... แต่เชื่อได้เลยว่าต้องถูกขัดทุกวิถีทาง  ... คิดเสียดายก่อนตัดใจเดินออกจากห้อง
 

"จริงสินี่ก็มืดแล้วคืนนี้นอนที่นี่ดีมั้ย เดี๋ยวป้าคุยกับที่บ้านให้"  ล้างมือเช็ดทำความสะอาดเสร็จ ฝ่ายเจ้าบ้านถึงได้ออกปากชวน รายการในโทรทัศน์ยิ่งช่วยย้ำให้รู้ถึงการใช้เวลาให้ล่วงเลยไปเร็วอย่างไม่รู้ตัวของเขา

"เอ่อ แต่ว่า.."

"ไม่ต้องเกรงใจ เดี๋ยวให้เคนโตะออกไปนอนหน้าบ้าน"  คำพูดทีเล่นทีจริงครั้งนี้ดังชัดเจนออกมาจากปากคนนั่งดูโทรทัศน์ มันยิ่งทำให้คนซื่อตรงคิดหนักมากขึ้นไปอีก โชริก้มหน้าลงมองมือที่จับกันหลวมๆของเขา.. 

"หนาวแย่ ผมว่าผมกลับบ้านดีกว่าฮะ"


"ฮะๆ... เด็กคนนี้น่ารักจัง คืนนี้นอนที่นี่เถอะ มีห้องว่างหรือจะนอนห้องเดียวกับพี่เขาก็ได้"  คำตอบใสๆสร้างรอยยิ้มอ่อนโยนให้เกิดบนใบหน้าผู้ใหญ่ทั้งสอง ฝ่ายหญิงขอเบอร์ติดต่อก่อนจะเดินไปหยุดหน้าโทรศัพท์บ้าน


"ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วก็เห็นเขาเหม่อลอย ทำตัวแปลกๆมาตลอด"  รำพันอะไรสักอย่างออกมา ยิ้มละไมให้กับเด็กน้อยที่ยังยืนเก้ๆกังๆไม่รู้จะเอาตัวเองไปไว้ที่ไหน  "แปลกๆ?"


"เคนโตะน่ะ... ค่อยๆแปลกไปจากเดิมเรื่อยๆ ยิ่งช่วงซัมแมรี่ปีนี้ผีเข้าผีออกตลอด บางวันก็ยิ้มหน้าบาน บางวันก็บึ้งตึงไม่คุยกับใคร"  ค่อยๆเล่าสาเหตุออกมาทีละนิด ใบหน้าของเธอดูอ่อนโยนมากยามพูดถึงลูกชายเพียงคนเดียว..

"ทำให้พ่อแม่เป็นห่วง แต่พอวันนี้ได้เห็นตัวสาเหตุของเขาก็เข้าใจขึ้นมาบ้าง"  ถอนหายใจยาวนัยน์ตาที่เหม่อลอยเบือนกลับมาที่ดวงหน้าได้รูป ให้ใสซื่อสักแค่ไหนเขาก็เป็นนักเรียนมัธยมต้นธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่เด็กน้อยแล้ว

ถึงจะคิดช้าสักนิด แต่ก็จับใจความทุกประโยคจนเข้าใจความหมายทั้งหมดได้  ร่างเล็กยิ่งลีบเล็กลงกว่าเดิมหน้าซีดเผือด..... เกิดรู้สึกกลัวขึ้นมาที่ตรงนี้ไม่มีเคนโตะอยู่





"...ไม่ต้องกลัวนะ ไม่มีใครรังเกียจหนู ถึงตอนแรกจะช็อคไปบ้างแต่พวกเราก็เชื่อในการตัดสินใจของเด็กคนนั้น"




"และหนูก็น่ารักมากอย่างที่คิด...ไม่สิ... น่ารักกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก"



.................................


//แอด..

กึก...

"....อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ อ....ฮะ ฮะ ฮะ"  พอได้ยินเสียงประตูห้องเปิดปากก็เปิดถามออกไปก่อนที่จะหันไปมองต้นเสียง เด็กหน้าประตูเลิ่กคิ้วก้มลงมองสำรวจตนเองหลังจากโดนหัวเราะซึ่งหน้า

เสื้อยืดความยาวธรรมดากับกางเกงเอวยางยืดที่ปกติใส่ขามันอยู่เหนือเข่า พออยู่บนตัวร่างเล็กทั้งเสื้อก็ยาวเลยสะโพกแล้วยังกางเกงที่ยาวลงมาถึงครึ่งน่อง... ฮิพฮอพน่าดู


ก็ใครเป็นคนเลือกให้กัน.. เลือกแล้วมาหัวเราะแบบนี้นิสัยไม่ดีเลย "น่าตลกตรงไหนกันฮะ"

อดไม่ได้ที่จะหลุดปากถามออกไป เคนโตะที่เห็นท่าทางจะถูกโกรธเร็วๆนี้รีบเก็บอาการ คงเหลือเอาไว้แค่ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม .. มือบางตบพื้นที่ว่างข้างๆเรียกให้คนยืนอยู่มานั่ง


"นายเนี่ย.... มองเผินๆตัวเล็กกว่าเจ้าพวกนั้นหลายๆคนอีกไม่ใช่เหรอ"  .... พอเดินมานั่งปุ๊ปก็หาเรื่องทำให้ขุ่นมัวทันที โชริปัดมือที่จับไหล่ทั้งสองข้างของเขาออก 

"แล้วทำไมล่ะฮะ.. เดี๋ยวก็โต แล้วก็จะโตกว่าเคนโตะด้วย"  ..ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นไปได้ยากที่จะโตใหญ่ก็เถอะ... เทียบกับทุกคนในตอนนี้เขาอาจจะไม่ได้เตี้ยที่สุด.. แต่ในอนาคตมีความเป็นไปได้สูงทีเดียว ในขณะที่ตอนนี้ส่วนสูงทุกคนขยับขึ้นแต่เขายังอยู่กับที่  ที่สำคัญคืออายุของเขาที่มากกว่าคนอื่น......และครอบครัวของเขาที่มีแต่คนตัวเล็ก



"ถ้าตัวใหญ่กว่าฉันก็แย่สิ"  พูดทีเล่นทีจริง ดึงร่างบางเข้ามาไว้ในอ้อมแขน โชริที่เกร็งตัวในตอนแรกเริ่มมีทีท่าอ่อนลงพิงพาบกับแผ่นอกแกร่ง "ง่วงเหรอโชริ"

"...ง่วงฮะ"  คำตอบซื่อตรงเรียกรอยยิ้มจากคนถาม ร่างเล็กขยับตัวหันหน้าเข้ามาหากันก่อนจะซุกตัวกอดอีกฝ่ายแน่น ....


ง่วงแล้วทำแบบนี้?  ถ้าไม่ได้นอนจะหาว่าไม่เตือนไม่ได้นะ


"พรุ่งนี้ผมจะไปคุยกับจินจัง"  เงยหน้าขึ้นมาสบนัยน์ตาโตเข้ากับดวงตาคู่สวย เคนโตะยกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบผมนุ่ม โน้มใบหน้าลงแตะปลายจมูกเบาๆที่แก้มสีชมพูอ่อน


"อืม...ฉันจะไปด้วย"  พิษความง่วงดูจะเล่นงานเด็กน้อยเข้าให้แล้วจริงๆ จากที่ไม่เคยอ้อนตอนนี้ยิ่งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น วางศีรษะพาดลงบนบ่ากว้าง

ว่ากันตามจริง พวกเขาที่คบกันได้สักระยะแล้วแม้แต่จูบผิวเผินแค่ปากชนกันยังไม่เคยเลยด้วยซ้ำ ... แต่โชริในตอนนี้ทำให้เขาคิดไปไกลยิ่งกว่านั้นแล้ว



"นี่โชริ... ถ้าทำได้ฉันอยากทำให้ทั้งหมดของนายเป็นของฉันเดี๋ยวนี้เลยรู้มั้ย" 


"เดี๋ยวนี้ ...เหรอฮะ?"  ดูเหมือนจะเข้าใจว่าเขากำลังพูดถึงเรื่องอะไร เสียงน่ารักเอ่ยถามกลับมาคลายอ้อมกอดออกเล็กน้อย

"... วันนี้จะอดทน จนกว่านายจะพร้อม..แต่ว่า ดูท่าทางว่าจะแย่แล้วล่ะ ฉันชักจะทนไม่ได้..... "  ใบหน้าน่ารักเคลื่อนจากหัวไหล่ลงมาอยู่แถวแผงอก เล่นเอาใจไม่ดี ทั่วทั้งตัวชา หัวใจเต้นแรง...  

"ผมก็....ทนไม่ได้แล้ว"  พูดเพียงเท่านั้นก็เงียบสนิทไป... ปล่อยให้เจ้าบ้านนั่งนิ่งสงบจิตใจตัวเองก่อนกลับมาสนใจกับเด็กตรงหน้า ทั้งลักษณะมือที่คลายออกทั้งหมดแล้วยังน้ำหนักที่ทิ้งใส่ตัวเขาเต็มที่ ไม่ไหวแล้วที่ว่าคงจะง่วงมากทนไม่ได้แล้วสินะ


เคนโตะขยับตัวจับร่างเล็กให้นอนทอดตัวยาวอยู่บนเตียงกว้างของเขา แล้วจึงล้มตัวนอนข้างๆ  ...........  หลับสนิทชนิดที่เกิดแผ่นดินไหวตอนนี้ก็ท่าทางจะไม่ตื่น


"ทนไม่ไหวแล้ว? เจ้าบ้า"

มันทนไม่ได้เรื่องเดียวกันเสียที่ไหน..




"ฝันดีนะเด็กน้อยของฉัน"

 
 
 
-จบ-
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ของแถม
__________________________


ตึก..... ตึก ตึก ตึก ปึง!!!



ตุบ!!


"โชริ!!"  เจ้าของชื่อที่ถูกปลุกจากความฝันกะทันหันลืมตาขึ้นช้าๆ กะพริบเพื่อปรับสภาพการมองเห็น  "จินจัง?"


เขาคงยังฝันอยู่ที่เห็นใบหน้าเด็กตรงหน้าเป็นเพื่อนร่วมค่าย แต่พอจะล้มตัวลงนอนกลับถูกดึงเอาไว้อีก  คราวนี้ตื่นเต็มตาแถมยังรับรู้ด้วยว่าไม่ใช่แค่ ยูตะ แต่ยังมีรุ่นพี่ร่วมวงอย่าง คิคุจิ ฟูมะยืนยิ้มกริ่มอยู่ไม่ไกล


"หลับสนิทเลยแฮะ"  ตั้งแต่เสียงเดินก็ไม่เบาแล้ว ยิ่งท่ากระโดดขึ้นเตียงอันสวยงามของยูตะคนปกติคงตื่น... แต่เคนโตะยังนอนหายใจเข้าออกสม่ำเสมอจนน่าหมั่นไส้ ฟูมะกระซิบกระซาบเด็กน้อยทั้งสองก่อนที่จะสลับตัวเขานั่งลงข้างกายเจ้าของห้องแทน


"เฮ้! เช้าแล้ว"  ถ้าไม่ติดว่ามีเด็กมัธยมต้นอยู่ถึงสองคนเขาคงจะเอาเท้ายันคนขี้เซาลงไปที่พื้น เสียงเรียกดังทำให้เคนโตะขยับแต่ก็แค่พลิกหันเข้ามาหา


"หืม?? ยังง่วงอยู่เลยขอนอนอีกแป๊ปนะ"  ไหนๆก็ปลุกแบบรุนแรงไม่ได้ เลยคิดแผนใหม่ขยับตัวเอนนอน พักศีรษะบนฝ่ามือแล้วเอ่ยปลุกเสียงหวาน

"ตื่นเหอะเดี๋ยวสาย" 

"มอร์นิ่ง คิสก่อน"  ยกยิ้มมุมปากพร้อมกันทั้งคนพูดและคนนอนข้างๆ แต่ก่อนที่ฟูมะจะได้ทำอะไรก็มีเสียงตกใจดังขึ้น


"เอ๋!?" ฟูมะหันไปส่งสัญญาณไม่ให้โชริเอ่ยพูดอะไรออกมา มือขาวจับไหล่ทั้งสองข้างของคนขี้อ้อนน่าเตะ แรงที่ไม่น้อยเลยของเขาทำให้คนหลับต้องลืมตาขึ้นมาทันเวลาก่อน


"เหวอ!!! นายเข้ามาได้ไง"  รีบผลักอกแล้วลุกลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว... ฟูมะหัวเราะร่ากับท่าทีตื่นชนิดลืมง่วง ก้าวลงไปยืนบนพื้นห้องบ้าง เคนโตะมองตามเพื่อนสนิทอย่างระแวงนิดๆจนร่างสูงไปหยุดยืนข้างเด็กตัวเล็ก ที่เขาไม่ได้สังเกตเลยว่าอยู่ในห้องตั้งแต่เมื่อไหร่

"...แม่นายเปิดประตูให้ฉันเข้ามา.. เนอะ จินจัง"  ยูตะผงกหัวหงึกหงัก มือของเขายังโอบไหล่บางอยู่ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดึงดูดสายตาของเคนโตะมากยิ่งกว่าการมีอยู่ของเด็กตัวเล็ก

"จินกูจิ.... เอามือของนายออกมาจากไหล่โชริเดี๋ยวนี้เลย"


"ไม่!"  สวนกลับทันควันเสียด้วย โชริเองยังยืนยิ้มบางๆไม่ได้รับรู้ถึงบรรยากาศมาคุจากคนอายุมากที่สุดเลย..  เคนโตะพ่นลมหายใจเสียงดังเขาหันไปหาคนที่น่าจะคุยรู้เรื่อง ละความสนใจจากเด็กๆที่จะทำให้ปวดหัวเปล่าๆ


"เออๆ.. แล้วนี่มาทำไมกัน"


"ก็จินจังน่ะไปหาโชริที่บ้าน.......

แล้วทางนั้นก็บอกว่าอยู่บ้านนาย จินจังก็เลยเมล์มาหาฉัน แล้วเราก็มาอยู่กันตรงนี้"  ฟูมะตอบออกมาตามความเป็นจริงทั้งหมด ไม่มีคำพูดกวนประสาทแทรก แต่ก็ไม่ได้ยังความรู้สึกพอใจให้แก่เคนโตะ ร่างโปร่งหย่อนตัวลงนั่งปลายเตียง กอดอกมองคู่กรณีที่สร้างเรื่องตั้งแต่เมื่อวานยังไม่ได้ชำระ วันนี้ก็เรียกเพื่อนเขามาถล่มบ้านกันแต่เช้า


"ว่าแต่ว่า...... นายรู้จักบ้านโชริ?" 

"แหง..... "  เสียงกวนๆตอบกลับสั้นห้วน ความนี้เป็นทีของคนที่แทบจะยังไม่ได้เปิดปาก พูดแทรกขึ้นมาบ้าง


"จินจังมีธุระอะไรรึเปล่า"

"ฮะๆ มันนอนไม่หลับ อยากได้คำตอบก็เลยตื่นเร็วไปหน่อย"  ...โชริเหลือบมองคนที่นั่งหน้าเบื่อหน่ายอยู่บนเตียง ทางนั้นปล่อยลมหายใจออกเบาๆ แล้วหันกลับมามองใบหน้าน่ารักของเด็กที่รอฟังคำตอบอยู่ นัยน์ตาสวยหวานของยูตะมีประกายใสปิ๊ง  ....

"ช่างมันเถอะ"  และเขาก็เป็นคนพูดออกมาเองโดยไม่รอฟังคำตอบจากคนอึกอัก.. เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าเคนโตะกับโชริคบกัน ไม่รู้เลยจริงๆ.. แต่ตอนนี้ไม่ใช่แค่เขา ฟูมะเองก็คงจะพออ่านบรรยากาศออก....... ไม่มีเหตุผลที่โชริจะต้องมาแวะที่บ้านของเคนโตะจนถึงกับต้องนอนค้าง 


"...?"


"ฉันตัดสินใจแล้วว่า ฉันจะจีบยูโตะคุง"  ยืดอกทำเหมือนตัวเองเท่มาก ประหนึ่งว่ารุ่นพี่ผู้โด่งดังจะเหลียวแลเขาเข้าสักวัน เคนโตะพยักหน้าอยู่คนเดียวก่อนจะเด้งตัวด้วยความตกใจ

"หา!!?? "  เมื่อเขาทำความเข้าใจกับประโยคบ้าๆนั่นได้  ยูตะยักคิ้วข้างเดียวก่อนจะพูดด้วยความมั่นใจ  "ท้าทายดีออก ฮะๆ เนอะ"


"............พ.... พยายามเข้าก็แล้วกัน ฉันจะเอาใจช่วยอยู่ห่างๆ"  ฟูมะหลิ่วตาเหล่เด็กขี้เก็ก ... พูดจริงรึเปล่าที่จะไปจีบรุ่นพี่ ... ท่าทางมันจะบ้าไปแล้วจริงๆ

"ไม่ได้ๆ ฟูมะคุงต้องช่วยผม"  คล้องแขนคนตัวสูงแน่น ฟูมะใช้อีกมือที่ว่างตบลงบนหัวทุยด้วยความหมั่นเขี้ยวแล้วดันออกห่างจากตัวเขา

"ฉันไม่อยากเสี่ยงกับหมัดจากยามาดะคุง ขอผ่าน"

"โหย....... งั้นโชริ" 

"ไม่ได้! .....โชริมาหาฉัน" ยังไม่จบประโยคเสียงตะโกนแทรกก็ดังลั่นจนคนมีชื่อในทั้งสองประโยคสะดุ้ง โชริรีบเดินไปหาคนเรียกด้วยอารามตกใจ แต่ใบหน้ายังดูไม่ค่อยจะเข้าใจอะไร


"โน่นก็ไม่ได้นี่ก็ไม่ได้ ... นี่ฟูมะคุงมีแฟนยัง"  ใช้ศอกสะกิดเข้าสีข้างรุ่นพี่ ฟูมะนิ่งไปครู่เดียวก็เหมือนจะเข้าใจในสายตาใบหน้ากวนประสาทแต่แฝงอะไรบางอย่างนั้น แรงจากฝ่ามือที่หนักกว่าเดิมถูกโบกเข้ากลางศีรษะเด็กเตี้ย


"ไม่ต้องเลย ไปไกลๆเท้าฉัน"  เสียงหัวเราะดังอย่างต่อเนื่องจากเด็กที่จะถูกถีบอยู่รอมร่อ ทั้งฟูมะเองก็หัวเราะพลางยีผมนุ่มของเด็กอายุน้อยที่สุด  บรรยากาศที่ดูอบอุ่นทำให้สองคนบนเตียงระบายรอยยิ้มออกมา


"โชริ....."

"ฮะ....อือ!?"  กลีบปากนุ่มถูกแนบสนิทด้วยริมฝีปากของคนเรียก จูบแรกที่กะทันหันทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้าง มือผอมกำแขนเสื้ออีกฝ่ายทั้งสองข้าง  ไม่นานเคนโตะก็ละจูบที่ไม่ลึกซึ้งของเขาออกมาจ้องมองใบหน้าใส


"ฉันรักนายโชริ"



ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ห้องอยู่ครู่หนึ่ง ยูตะยืนอ้างปากค้าง ในขณะที่ฟูมะเองก็ยืนมองตรงมาอย่างไม่รู้ว่าคิดอะไร.. ก่อนที่มือขาวจะดันปิดปากเด็กคนข้างๆแล้วส่งเสียงล้อเลียนออกมา  "วู้ว~!"


ที่แก้มนวลอุ่นขึ้นจนร้อน โชริก้มหน้าก้มตาหลบความเขินอาย.. แค่สายตาของเคนโตะเขาก็รู้สึกเหมือนจะหลอมละลายอยู่แล้ว นี่ยังมาอยู่ต่อหน้าคนอื่น... ถูกทำแบบนั้นต่อหน้าคนอื่น แถมยังมีแต่ผู้ชายทั้งนั้น


มือบางเชยคางเด็กที่ก้มหน้าอยู่ให้เงยขึ้น มองสบเข้าไปในดวงตาใส.. ฟูมะรีบคว้าเด็กข้างตัวมาปิดตาในขณะที่ตัวยูตะก็ยกมือปิดหูตัวเอง


"จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ?"




"ผมก็รักเคนโตะ"


...........

[SF]..My Sweet Boy[04]..[END][HBD Nakajima Yuto 2011]

posted on 31 Aug 2011 22:33 by ryoyancha  in FicYamaXYuto
ซีรี่วันเกิด ฟิคของยูโตะรินเรื่องที่ 4 แต่ไม่ใช่ว่าทั้ง 4 เรื่องเป็นวันเกิดยูโตะริน(คือบางทีวันเกิด คาเมนาชิ เนก็แต่งยามะยูโตะ หน้าตาเฉย) แล้วชื่อเรื่องเดียวกันเปลี่ยนแค่เลข
 
 
ลูกสาวเกิดวันที่ 10 เดือนสิงหาคม ไม่ผิดแน่ค่ะ
 
แต่เนเพิ่งเกลาฟิคจบ
 
 
คือเนยุ่งมากทั้งสอบ สอบเสร็จ มรสุมซุ้มงานเจเอดอีก  แล้วยังงานเจเฟส(ที่ชนกับเจเอดอีก)
 
ป่วยเป็นอาทิตย์เลยฮ่าๆ(นี่ก็ยังป่วยอยู่)
 
 
_____________________________
 



"เรียวสุ ก..."



"จิเน็น.. พรุ่งนี้หลังจบคอนเสิร์ตว่างมั้ย?" ยังไม่ทันจะเรียกชื่อจบ ทางโน้นก็ลุกขึ้นเดินไปหาเด็กอีกคน รอยยิ้มที่ปกติจะเผื่อแผ่ให้ทุกคนอย่างทั่วถึง ระยะหลังมานี้กลับไม่มีให้เขาเลย...


........ ขนาดที่เขาขอบตาบวมแดงเพราะร้องไห้ติดต่อกันมาหลายคืน ก็คงไม่มีใครสังเกตเห็นสินะ


ไม่ใช่สิ ไม่ใช่ไม่มี 'ใคร' สังเกตเห็น


แต่แค่คนๆนั้น คนเดียว .........




"นี่เรียวส..."




"ไปชิบุย่าเป็นเพื่อนหน่อย" อีกครั้งที่อีกฝ่ายทำเหมือนไม่ได้ยิน ขนาดที่เดินเข้าไปใกล้ๆแล้วก็ยังขยับหนีกันต่อหน้าต่อตา แม้แต่หางตาก็ยังไม่เหลียวมามองกันสักนิด







เรียวสุเกะ?


เกิดอะไรขึ้นเหรอ



ทำไมถึงต้องหลบหน้ากัน พอจะคุยด้วย ก็ทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงกันเสมอๆ







ถ้าไม่พูดก็ไม่รู้หรอกว่าคิดอะไร


.... บอกกันตรงๆก็ได้นี่นา ...









ถ้าไม่มีใจให้กันแล้ว



.


"ไง ยูโตะ พรุ่งนี้ก็อายุ18แล้วสิ" เจ้าของชื่อเหลียวมองคนส่งเสียงเอ่ยทักก่อนจะยิ้มบางๆออกมา ตอนอยู่บนเวทีก็ดูสนุกสนานปกติ แต่พอคอนเสิร์ตจบลงท่าทีร่างบางก็ดูอ่อนแรง ถึงจะยิ้มหวานออกมาก็ดูไม่เป็นรอยยิ้มแบบปกติของเจ้าตัวยุ่ง



"ยามะจังก็ไปชวนยูตี้สิ" ยังไม่ทันได้หันหลังกลับไปเตรียมข้าวของ อีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสองร่างที่เดินเข้ามาในห้องแต่งตัวพร้อมกัน "ฉันไม่ว่าง" ร่างเล็กพูดอีกประโยค มันทำให้คนที่ได้รับฟังอย่างไม่ได้ตั้งใจ พอจะรู้ว่าบทสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างคนทั้งสองคืออะไร ก่อนที่ยูริจะเดินไปยังมุมที่วางของของตน


นัยน์ตาคมตวัดสบมองคนที่ก้มหน้าลง ยืนเงียบไม่พูดไม่จา "ยามะจัง?"


"อ๊ะ...อืม ยูโตะ" โดยที่ไม่พูดอะไรต่ออีก แค่ถูกยูริเรียกชื่อเล่นเท่านั้นริมฝีปากอิ่มก็เปิดพึมพำชื่อเด็กอีกคนอย่างรู้งาน

... แต่เจ้าของชื่อกลับไม่รู้ตัว ว่าคนที่อยากคุยด้วยมากที่สุดได้เริ่มเปิดประเด็นจะสนทนากับเขาก่อนเป็น ครั้งแรก หลังจากที่เหมือนหลบหน้ากันมาตลอด



"ยูตี้.. ยามะจังเรียกแหนะ" ขยับเข้าไปสะกิดไหล่บาง ยูโตะเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือที่แตะตัวเขา แล้วจึงหันหน้ามาหาคนหน้าประตู


รอยยิ้มที่ช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้าตามแบบฉบับของยูโตะถูกถ่ายถอดออกมาเต็มใบหน้าหวาน... "อืม.. ไม่ได้คุยกันตั้งนาน เรียวสุเกะเป็นยังไงบ้าง"


ตากลมโตกะพริบปริบไม่รู้กี่ครั้งกว่าจะสะกัดกลั้นน้ำตาที่จะไหลออกมาเอาไว้ได้ ท่าทีของเขาทำให้ส่วนเกินคนสำคัญตัดสินใจถอยห่าง ก้าวเท้าเร็วๆเพื่อจะออกจากห้อง


โดยไม่ลืมทิ้งท้ายประโยคที่อยู่ในความคิดของเขามาตลอด




"นี่ยามะจัง.... ถ้าทำยูตี้เสียใจ"










"ผมจะฆ่ายามะจังนะ"



..........................



"เรียวสุเกะไม่ไปชิบุย่ากับจิเน็นจังเหรอ" นัยน์ตากลมเหม่อมองออกไปอย่างไม่มีจุดหมาย เขากำลังคิดถึงภาพก่อนออกมาจากห้องแต่งตัว ร่างเล็กที่กระซิบกระซาบอะไรบางอย่างข้างหูคนรักของเขา ใบหน้าใสฉาบรอยยิ้มที่ทั้งน่ารักและเท่ตามแบบฉบับของจิเน็น ยูริ ...

ปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกอิจฉายูริที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเรียวสุเกะแทบจะตลอดเวลา ... แต่นั่นก็เพื่อนคนสำคัญของเขา ซึ่งยูริไม่มีทางหักหลังเขาแน่




............ เรียวสุเกะก็เหมือนกัน ...



ใช่มั้ย?





"อืม.. หมอนั่นบอกว่าไม่ว่าง" ใจก็พยายามเชื่อ แต่สิ่งที่เรียวสุเกะพูดไม่ได้ทำให้รู้สึกเบาใจขึ้นมาบ้างเลย

สัมภาษณ์นิตยสารล่าสุด เขาไม่ได้อยู่ฟังสิ่งที่เรียวสุเกะพูด แต่ก็ได้รับรู้หลังจากหนังสือออกมาเป็นเล่มเรียบร้อยแล้ว
เอาแต่พูดถึงยูริอย่างโน้นอย่างนี้ .....


นานมากแล้วนะ ที่ไม่มีคำพูดถึงเขาอย่างจริงจังออกมาจากปากเรียวสุเกะ



"ถ้าจิเน็นจังว่าง ก็คงจะไปด้วยกันสินะ" เผลอพูดตัดพ้อออกมา ตกใจอยู่หรอกที่ตนเองประชดประชัน แต่เรียวสุเกะที่น่าจะรู้สึกตัวกลับมีนัยน์ตาเหม่อลอย ไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจของเขาเลย


"อ่าฮะ.." ริมฝีปากบางเริ่มเบะหลังจากได้ยินคำตอบรับออกมาง่ายๆนั่น ยูโตะหายใจเข้าลึกพยายามไม่คิดอะไรให้รู้สึกเจ็บปวดมากไปกว่านี้


.................. 'เขาคงแค่คิดไปเอง' ...... จนถึงตอนนี้ก็ยังอยากให้มันเป็นเพียงแค่สิ่งที่คิดขึ้นเอง



จบบทสนทนาสั้นๆ ก็ไม่มีใครคิดจะเปิดปากพูดคุย คนนึงก็นั่งเงียบอยู่บนม้านั่ง อีกคนก็กำลังขยับโยกชิงช้าที่อยู่ข้างกันเบาๆ .... เขามันไม่น่ารักเลยสักนิด สิ่งที่ทำอยู่ในตอนนี้ในสายตาเรียวสุเกะคงเหมือนเด็กไม่รู้จักโตเท่านั้น



"สวนสาธารณะที่นี่.. เรามาเที่ยวเล่นกันบ่อยๆเนอะ" ข่มใจกับความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามามากมาย ปั้นหน้ายิ้มแบบที่ผู้ชายข้างกายเขาเคยบอกว่าชอบมันมากที่สุด

แต่ความพยายามของเขากลับต้องสูญเปล่าเมื่อเรียวสุเกะไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองกัน


".........."


"..... ตอนที่ถูกทุกคนอำว่าไม่ชอบฉัน ก็มานั่งร้องไห้ที่นี่ แล้วเรียวสุเกะก็ตามมาปลอบ หลังจากนั้นทุกคนก็มาขอโทษด้วย บอกว่า 'ทั้งๆที่มีจุดที่ทำให้รู้ตั้งเยอะว่าทุกคนล้อเล่น แต่เพราะอีกฝ่ายเป็นยูโตะที่เข้าใจอะไรตามที่รับรู้ก็ดูจะเชื่อสนิทใจ' "

ร่างบางยังคงทำใจดีสู้เสือ แม้บรรยากาศในตอนนี้มันเหมือนว่าเขากำลังนั่งอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว

รออยู่นานก็ยังคงไม่มีเสียงตอบรับ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้เงียบกริบขนาดนั้น เขาถอนหายใจแรงออกมาบางช่วง แสดงให้เห็นถึงความหนักอกหนักใจกับอะไรบางอย่าง ... อยู่กับเขาคงไม่ได้คิดเหนื่อยเรื่องคอนเสิร์ตหรอก จริงมั้ยล่ะ? .... ถ้าจะเหนื่อยมันก็คงเป็นเรื่องของความน่ารำคาญของเด็กไม่รู้กาละเทศะตรงนี้


ก็เขามันทั้งไม่น่ารัก แล้วยังซื่อบื้อ .... คงจะเติมเต็มความสุขให้เรียวสุเกะไม่ได้ ............. ใหม่ๆอะไรมันก็ดีไปหมด แต่ตอนนี้มันคงนานจนไร้ความรู้สึกต่อกันไปแล้ว


แต่เขาไม่ใช่หรอกนะ .... ยิ่งเวลาผ่านไป ความรู้สึกที่มีต่อเรียวสุเกะมันยิ่งชัดเจนมากขึ้น


รักจนไม่อยากจะปล่อยมือให้ใคร





"เข้าใจแล้วล่ะ" แต่คงเป็นได้แค่สิ่งที่เขาต้องการเท่านั้น ... ในความเป็นจริงคงไม่สามารถรั้งเอาไว้ได้ อยากจะรอให้ฝ่ายที่ไม่ต้องการกันเป็นฝ่ายพูดเหมือนกัน

แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ .... ถ้าต้องทนรอ สู้ตัดสินใจบอกเอง............. "เราเลิกกันเถอะ"


"หา?" พูดด้วยตั้งนานก็เอาแต่ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน ตอนนี้เรียวสุเกะกลับเบิกตากว้างมองมาทางนี้อย่างตกใจ ... ตกใจที่รู้ทัน? หรืออยากเป็นฝ่ายพูดคำนี้ก่อน?




"มันคือสิ่งที่เรียวสุเกะต้องการใช่มั้ย" ขอบตาร้อนจนต้องยอมแพ้ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบสองแก้ม ทั้งที่ตัวเองเป็นคนพูดทุกอย่างแต่ก็ไม่กล้าพอที่จะมองสบตากับทางนั้นตรงๆ ได้แต่นั่งมองมือที่สั่นจนกำไม่ได้


"ยูโตะ?"


"ฮึก... เรียวสุเกะที่เย็นชาแบบนี้ ไม่เอาแล้ว ถ้าเลิกกันล่ะก็ ทุกอย่างจะกลับเป็นเหมือนเดิมใช่มั้ย" แรงสั่นจากฝ่ามือขยับขึ้นมาที่บ่าก่อนจะลามไปทั่วทั้งตัว ยูโตะลุกขึ้นจากชิงช้าแต่ยังไม่ขยับเดินออกจากสวนสาธารณะ


"...... ฉัน..ขอโทษ" ไม่มีอ้อมกอดอบอุ่นหรือคำพูดปลอบโยน เรียวสุเกะเอาแต่พูดรับความผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ... ร่างหนาลุกขึ้น เขาทิ้งประโยคสุดท้ายเอาไว้ก่อนจะเดินจากไปเงียบๆ


"พรุ่งนี้ฉันมีเรื่องจะพูดด้วยหลังจบคอนเสิร์ต"



เรี่ยวแรงที่เรียวขาบางหายวับไปกับตา ยูโตะทรุดลงนั่งที่พื้นร้องไห้ออกมาเงียบๆ ...



พรุ่งนี้  หลังจบคอนเสิร์ต??


... ใจดีแม้แต่เวลาแบบนี้ ....... คงคิดจะให้เขาได้เตรียมใจเอาไว้ก่อน มันคงเป็นความใจดีของเรียวสุเกะอย่างสุดท้ายในฐานะแฟนล่ะมั้ง...

แต่ถึงไม่ได้เตรียมใจมาก่อน เขาก็อยากให้มันจบลงไปภายในวันนี้ .. ซึ่งเรียวสุเกะคงไม่ยอมพูดแน่ๆ



เขาคงต้องรอ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าจะพบเจอกับอะไร คอนเสิร์ตวันพรุ่งนี้เขาจะเล่นได้ดีได้ยังไงกัน







แต่ว่า..........


วันพรุ่งนี้มันวันเกิดเขา.. เรียวสุเกะต้องลืมไปแล้วแน่ๆว่าพรุ่งนี้มันเป็นวันสำคัญของเขา ถึงกับคิดที่จะบอกเลิกกันในวันนั้น

ของขวัญวันเกิดปีนี้ ไม่อยากได้เลย ..





...........................


"วันนี้มีช่วงให้ยูตี้ขึ้นไปคนเดียวด้วยนะ" อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงคอนเสิร์ตก็จะเริ่มแล้ว เห็นเด็กเจ้าของวันเกิดยืนหันรีหันขวางเรียกกำลังใจให้กับตัวเองอยู่ คนตัวเล็กเลยเดินมาส่งเสียงทักทายพร้อมพูดถึงคิวการแสดงในวันนี้

"ยามะจังหายไปไหนของเขานะเนี่ย"

..... ได้ยินชื่อคนๆนั้นก็ทำให้นึกขึ้นมาได้ทันที วันนี้แล้วสินะ กลัวจัง

ร่างสูงรีบสะบัดหัวไปมาไล่ความคิดฟุ้งซ่านของเขา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในช่วงเวลา 2 3 ชั่วโมงกับคอนเสิร์ตเขาจะต้องเต็มที่ให้ได้เพื่อแฟนคลับ เพื่อเพื่อนๆร่วมวงทุกคน ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับใครเด็ดขาด





แอด.....//


"นั่นไงมาแล้ว" ยูริส่งเสียงเริงร่าพร้อมกับพยักเพยิดไปทางคนมาใหม่ เรียวสุเกะยังอยู่ในสภาพเหมือนลืมตาไม่ขึ้น แต่ทรงผมและเครื่องสำอางค์บนใบหน้าของเขาผ่านการเซ็ตจัดแต่งมาในระดับหนึ่งแล้ว.......

ได้มองเห็นคนที่ตัวเองรักเท่ขึ้นทุกวันๆอย่างใกล้ชิด อีกไม่กี่ชั่วโมงระหว่างเราก็คงจะเป็นแค่เพื่อนร่วมวงธรรมดา



"... ยูโตะ เย็นนี้เก็บของเสร็จแล้วกลับบ้านด้วยกันนะ" เสียงที่ใช้เกือบเป็นคีย์ปกติแล้ว แต่รอยยิ้มของเรียวสุเกะยังคงไม่กลับมา ยูโตะเม้มปากจนเป็นเส้นตรง

เมื่อคืนนี้นอกจากเคโตะแล้วไม่มีใครส่งข้อความมาอวยพรวันเกิดเขา... แต่ช่างเถอะ ทุกคนคงเหนื่อยจากคอนเสิร์ตเมื่อวานล่ะมั้ง .........


"อะไรของนาย ยังไม่ทันเล่นคอนเสิร์ตเลยพูดเรื่องกลับบ้านแล้ว จะสวีทกันเหรอ?"

คำหยอกล้อจากรุ่นพี่ร่วมวง เรียกเลือดฝาดให้ซึมซาบออกมาบริเวณแก้มนวลใสของเจ้าของวันเกิด ...แต่เพราะความเงียบจนเกินไปทำให้เริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศแปลกๆ พอเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับเรียวสุเกะที่มีท่าทีเฉยสนิทกับคำพูดเหล่านั้น ..





คิดมาตลอดว่าเขาไม่สามารถขาดเรียวสุเกะได้.. ถ้าไม่ใช่เรียวสุเกะยังนึกภาพไม่ออกว่าคนที่จะมาอยู่ข้างๆคือใคร จะดำเนินชีวิตต่อไปยังไง


.... แต่ในที่สุดมันก็มาถึงจนได้สินะ แล้วยังในวันเกิดแบบนี้


.........................










............... 'ฉันขอโทษนะยูโตะ..'







นั่นเป็นคำพูดช่วงฉลองวันเกิดในฮอลซัมแมรี่ เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังขึ้นโดยที่เขาไม่ต้องหันไปด้านหลังก็รู้ว่าเจ้าของเสียงคือใคร คำขอโทษที่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร ทำเอาเกือบน้ำตาไหลออกมา ... แต่เกรงว่าครั้งนี้จะไม่ใช่เพราะตื้นตันใจ มันคงเป็นความรู้สึกหลากหลายที่เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน



"เราจะไปที่ไหนกันเหรอ" เก็บของเสร็จเรียบร้อย หันไปก็พบกับคนที่กำลังจะกลายเป็นอดีตคนรักยืนรออยู่แล้ว ร่างบางมักจะเก็บของเสร็จเป็นคนสุดท้ายเสมอ แรกๆก็ถูกบ่นบ้างแต่ทุกคนคงชินเลยไม่มีใครพูดว่าอะไรอีก ... ที่สำคัญคงเพราะปกติแล้วที่บ้านของเขาจะไปรับไปส่งเลยไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ ถ้าจะทำอะไรเชื่องช้าจนฟ้ามืดขึ้นเรื่อยๆ


"ที่ๆมีแค่ฉันและยูโตะ" คำตอบกลับไม่ได้ไขข้อข้องใจสักนิด ตรงกันข้าม ในหัวของเขาตอนนี้ผุดคำถามมากขึ้นกว่าเดิม...

"...?"


เดินไปหยุดอยู่ใกล้ๆกัน เรียวสุเกะยื่นมือมารวบมือของเขาเข้าไปกุมเอาไว้ .... นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้จับมือกัน


แม้เพียงเล็กน้อยแต่ความรู้สึกอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือคู่นั้น ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายเหลือเกิน ...... ขาดไม่ได้จริงๆล่ะ หลังจากวันนี้จะเป็นยังไงนะ




....................

ไม่พูดไม่จากันตลอดทางในที่สุดก็มาถึงที่หมาย ... นัยน์ตาหวานโศกเงยมองบ้านสวยหลังรั้วที่คุ้นตา...


"บ้านเรียวสุเกะ?" ไม่ได้พาไปไหนแปลกตาเหรอ เรียวสุเกะผงกหัวรับประโยคที่เหมือนแสดงคำถาม ไขกุญแจเข้าไปในบ้านโดยมียูโตะเดินตามหลังมาเงียบๆ


"ขึ้นไปรอ
ที่ห้องฉัน วันนี้ไม่มีใครอยู่ไม่ต้องเกรงใจ" เอ่ยพลางเดินหายเข้าไปในห้องครัว ยูโตะมองไปรอบๆก่อนจะพึมพำคำขอรบกวนในการมาเยือนบ้าน ยืนช่างใจอยู่สักพักเขาก็เดินขึ้นไปยังห้องที่ว่าอย่างรู้ทาง





"แค่จะบอกเลิก ก็ไม่เห็นจะต้องพามาที่นี่เลย... ยิ่งอยากจะร้องไห้มากขึ้นไปอีก" มองภาพห้องที่เคยมาเยี่ยมเยียนบ่อยๆ ขอบตาก็รู้สึกแสบร้อนขึ้นมา ห้องของเรียวสุเกะยังสะอาดตาเหมือนเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิม ...มีแค่ความรู้สึกระหว่างเราสินะ ที่มันเปลี่ยนไป




แอด....//



"ขอโทษที่ให้รอ คุกกี้กับนมสด" เดินมาวางลงบนโต๊ะเขียนหนังสือ นัยน์ตาคู่สวยสีเข้มเหล่มองร่างบางที่นั่งตีขาเล่นอยู่บนเตียงของเขา ... เผลอจุดรอยยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว


"ขอบคุณ.. ว่าแต่ว่าเรียวสุเกะมีอะไรจะคุยกับฉันเหรอ" มือผอมเอื้อมหยิบแก้วนมขึ้นมาดื่มจนหมดแก้ว ยังไม่ทันที่จะได้วางหรือเช็ดปากเจ้าของห้องก็ออกคำสั่งขึ้นมาก่อน


"หลับตาลง"


"เอ๋?" หลุดเสียงอุทานออกมาทันที เรียวสุเกะพ่นลมหายใจออก เขาพูดสั่งด้วยเสียงเรียบอีกครั้ง


"เถอะน่าหลับตา" หลังจากดวงตาคู่โตปิดสนิทลง มือนุ่มจัดการหยิบแก้วนมออกมาวางไว้ที่เดิม เขาพิศมองใบหน้ายามนี้ของยูโตะ... ใบหน้าเนียนละเอียด แพขนตาที่งอนยาวยิ้มกว่าเด็กผู้หญิง ยามลืมตาดวงตาหวานโศกนั่นก็สวยจนไม่อาจละสายตาได้ จมูกโด่งรั้น กลีบปากบางสีชมพูอ่อน .... ถึงจะไม่เคยครอบครอง เพราะมันสวยงามจนไม่อยากให้แปดเปื้อน


.... แต่ทั้งหมดนี่มันเป็นของเขา


ตัดสินใจโน้มตัวลงไปให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียงกับคนนั่ง แนบชิดริมฝีปากของเขาที่กลีบกุหลาบสีสวย ยูโตะสะดุ้งตัวแต่ยังคงไม่ลืมตาขึ้นมา .... แค่สัมผัสภายนอกไม่ลึกซึ้งไม่นานเขาก็ละจูบแล้วเดินไปหยิบของชิ้นสำคัญ




"เอาล่ะลืมตาได้ สุขสันต์วันเกิดนะครับที่รัก" กะพริบตาสองสามครั้งก่อนจะลืมตาขึ้นมา คิ้วเข้มเลิ่กขึ้นทันที นัยน์ตามองตรงไปยังแผ่นกระดาษที่มีตัวหนังสืออยู่เต็มไปหมดตรงหน้า พอเงยมองหน้าคนถือทางนั้นก็เอาแต่ปั้นหน้าขรึมทั้งที่แก้มแดงไปหมด ลามไปถึงใบหูแล้ว

.............................

"อ...อะไรกัน" ดึงออกมาดูใกล้ๆ เรียวสุเกะไหวไหล่ยื่นปากกาสีดำให้ตามมา


"
ทะเบียนสมรส... ปีนี้ยูโตะก็แต่งงานได้แล้วใช่มั้ย" รอยยิ้มทะเล้นฉายทับใบหน้าเคร่งขรึม เขามองท่าทีไม่เข้าใจของเด็กที่นั่งอ่านข้อความบนเอกสารด้วยความรู้สึกเอ็นดู..


"เซ็นชื่อเร็วสิ" ดูเหมือนจะเริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว ยูโตะถึงได้ตัวสั่น ...



เอาอีกแล้ว


"ร...เรียว สุเกะ ไม่ได้ เกลียดกันแล้ว เหรอ" ร้องไห้ออกมาอีกแล้ว ไม่ว่าจะดีใจ เสียใจหรืออะไรยูโตะก็ร้องไห้ออกมาก่อน เขากลายเป็นต้นเหตุให้บ่อน้ำตาของยูโตะไม่มีวันเหือดแห้งรึเปล่า?


"มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องเกลียดยูโตะ" ยื่นมือไปวางลงบนหัวทุยก่อนจะยีแรงๆด้วยความหมั่นเขี้ยว คนขี้แยยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา

"....แล้วที่บอกขอโทษในคอนเสิร์ต?" ... ขี้สงสัยสมเป็นยูโตะจริงๆ ... จะว่าขี้สงสัยอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องบอกว่าจำแม่นอย่างไม่น่าเชื่อ ท่าทางว่าเขาจะสร้างรอยแผลให้กับคนรักโดยไม่รู้ตัวหลายแผล.. เพื่อการเซอร์ไพร์สบ้าๆครั้งนี้




"เพราะตอนนั้นคนอื่น กำลังตั้งใจทำให้วันเกิดของยูโตะมีความสุข ฉันกลับทำเป็นไม่สนใจเพื่อรอแค่เวลานี้เท่านั้น" คำตอบเรียกรอยยิ้มทั้งน้ำตา เชื่ออย่างไม่ต้องถามซ้ำหรือมีข้อกังขาใดๆอีก

เขาพร้อมจะเชื่อทุกอย่าง ขอแค่เพียงเรียวสุเกะพูดไม่ว่าจะอะไร เรียวสุเกะไม่มีวันโกหกเขาแน่.....




"เซ็นเร็วยูโตะ" ก่อนที่มันจะเปียกเพราะถูกหยดน้ำตาของเจ้าสาววัย 18 หมาดๆคนนี้ ที่สำคัญเขาไม่ได้ก๊อปปี้มันเอาไว้อีกฉบับด้วย ขาดแล้วขาดเลย

ยูโตะก้มหน้าก้มตาเซ็นชื่อของตน แก้มใสแดงระเรื่อขึ้น เมื่อเห็นลายเซ็นของตัวเองและคนสำคัญอีกคนตรงหน้าอยู่ในกระดาษแผ่นเดียวกัน.... ตรวจทานเรียบร้อยก็ยื่นมันคืนให้กับเจ้าของ


"ฉันจะเก็บมันไว้อย่างดีเลย เป็นหลักฐานกันยูโตะนอกใจ ฮะๆ" หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ยิ่งเห็นท่าทางเขินอายยิ่งชอบใจ เรียวสุเกะยกกระดาษในมือขึ้นมาแตะริมฝีปากเบาๆ .... กระดาษแผ่นนี้เขาใส่ความรักและความตั้งใจยิ่งกว่ากระดาษข้อสอบเสียอีก



"เอ๊ะ? เรียวสุเกะจะเก็บเอาไว้เหรอ" สงสัยขึ้นมาอีกแล้ว ... ความไร้เดียงสาของยูโตะไม่ว่าเมื่อไหร่ก็น่ารักมากจริงๆ ถึงจะบอกว่าอายุ18ไม่ควรจะใสได้ขนาดนี้ แต่สำหรับเขา เขาอยากจะปกป้องทะนุถนอมร่างบางที่เป็นแบบนี้... ไม่เคยรู้สึกรำคาญหรืออยากจะเปลี่ยนตัวตนของยูโตะเลย



"แล้วจะให้เอาไปให้เขตที่ไหน? ญี่ปุ่นยังไม่อนุญาตกับเรื่องแบบนี้หรอกนะ" มือบางตีกันดังปุ พยักหน้าขึ้นลงอยู่คนเดียว ก่อนจะช้อนตากลมขึ้นมามองคนยืน



"จริงด้วย..." ก็จริงน่ะสิ ...





น่ารัก......



"เพราะอย่างงั้นฉันเลยมีอีกเรื่องอยากจะถามยูโตะคุง" เปลี่ยนจากท่าทีขี้เล่นกะทันหัน เรียวสุเกะเริ่มเกริ่นพูดขึ้นมาด้วยคำสุภาพ..


"อื้ม "


ร่างบางผงกหัวขึ้นลง ใบหน้าสนใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะพูด เรียวสุเกะล้วงมือลงในกระเป๋ากางเกงก่อนจะหยิบกล่องสีเหลี่ยมขนาดเล็กออกมาเปิดออก ข้างในบรรจุแหวนเงินประดับเพชรที่ดูเป็นสไตล์การเลือกของร่างหนาเอง ไม่ใช่แค่แหวนสั่งตามแคทตาล็อค หรือซื้อตามตู้โชว์



"ฉันสั่งทำมันเพื่อยูโตะ ชอบมั้ยครับ" เกินกว่า 5รอบของวันที่ต้องร้องไห้เพราะการกระทำของคนบ้า ปากบางสั่นจนเอ่ยพูดอะไรออกมาไม่ได้ ทำได้เพียงผงกศีรษะตอบรับคำถาม ...


ชอบ ชอบมาก


ถ้ามันจะเป็นเพียงแค่แหวนดอกหญ้า แต่คนให้คือเรียวสุเกะ เขาก็ชอบมากอยู่ดี...






"
เราไปแต่งงานที่ต่างประเทศกันมั้ย?" ริมฝีปากอิ่มคลี่รอยยิ้มละไมที่มีให้คนสำคัญของเขาเพียงคนเดียว มือหนาดึงรวบร่างบางที่นั่งก้มหน้าตัวสั่นขึ้นเรื่อยๆเข้ามาในอ้อมแขน ในมือของยูโตะยังถือทั้งปากกาที่ใช้เขียนหลักฐานการสมรสของพวกเขา แล้วยังนิ้วนางข้างซ้ายที่สวมแหวนเพชรวงหรู




แหมะ....//



"เรียว..สุเกะ ขี้โกง"


"คนที่ขี้โกงน่ะมันยูโตะต่างหาก....





ทำให้ฉันกระวนกระวายใจตลอดเวลา





เมื่อวานที่ถูกบอกเลิกฉันตกใจมากรู้ไหม.."



"ขอโทษ"


"ที่ฉันอยากได้ยินในตอนนี้ คือคำตอบจากยูโตะ.... " ตากลมโตช้อนขึ้นมองเจ้าของเสียงทุ้มนุ่ม เสียงแบบที่เรียวสุเกะจะใช้มันในช่วงที่เขาจริงจังมากเท่านั้น ร่างบางค่อยๆขยับตัวออกจากอ้อมกอดหันหน้ามาประจันหน้ากับอีกฝ่ายตรงๆ ใบหน้าน่ารักเคลื่อนเข้าไปใกล้จนปลายจมูกโด่งสัมผัสกัน.....




หน้าใสของคนใจกล้าร้อนผ่าวขึ้นมาก่อนที่จะได้ทำอะไรมากไปกว่านี้ แต่เรียวสุเกะก็ยังนิ่งรอดูการกระทำของยูโตะอย่างตั้งใจ ไม่หลุดยิ้มหรือหัวเราะออกมาแม้เขาจะรู้สึกว่าภาพตรงหน้ามันน่ารักมาก






"ถ้าเรียวสุเกะโอเค




ฉันขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ"




สัมผัสเบาบางที่ริมฝีปาก


รอยยิ้มไร้เดียงสาไม่ใช่เพียงรอยยิ้มที่สร้างขึ้น ที่ไม่ได้เห็นมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ในที่สุดเขาก็ได้มันกลับมา



...รอยยิ้มของยูโตะ


เสียงหัวเราะของยูโตะ


คำพูด สีหน้า ท่าทาง




ทั้งหมดทุกอย่างของนาคาจิม่า ยูโตะ



ยามาดะ เรียวสุเกะคนนี้จะรักษามันเอาไว้ด้วยชีวิต จากนี้ตลอดไป










2011/08/10  Happy birthday Nakajima Yuto