[SF] My Prince Hero (Kento-Shori)
posted on 04 Nov 2011 16:04 by ryoyancha in FicKentoXShoriบ้านที่กรุงเทพของเน..เรียบร้อยน้ำท่วมแล้ว
ตอนนี้อยู่อีกบ้านนึง.. ยังไงก็ดูแลตัวเองดีๆนะคะทุกคน
ตอนนี้อยู่อีกบ้านนึง.. ยังไงก็ดูแลตัวเองดีๆนะคะทุกคน
ขอให้ประเทศไทยหายดีไวๆ
สู้ๆๆ
_____________
คอมเม้น ขอบคุณมากๆค่า
แล้วก็... ฮ่าๆ เนชอบ คาโอะโซล่ะค่ะ (คาโอรุXโซ) แฮะๆ
โทษทีค่าา
_____________
ไม่ต้องตกใจกับช็อตฟิคคู่นี้ ... มีมากกว่าห้าเรื่องแล้วในเครื่อง
ไม่ต้องตกใจกับช็อตฟิคคู่นี้ ... มีมากกว่าห้าเรื่องแล้วในเครื่อง
น่ารักจริงๆ... น่ารักมากจริงๆ เนชอบโชริผมสั้นมาก
หน้าใส แล้วโครงหน้ากับองค์ประกอบบนหน้า สวยมากก
ที่สำคัญที่กำลังบ้าบอสุดๆคือโชริตัวเล็ก คือตัวเล็กมาก
ในสิบคนของจูเนียร์แลนด์ โชริ น้องโซ ยูตะจิน สามคนนี้ไหล่แคบที่สุด
คือมาริอุสกับคาโอรุที่เป็นเด็กประถมยังตัวกว้างกว่าอีก
เนอยากให้ลูกชายบักเคนของเนกอดน้องแน่นๆ น้องน่ารักเกินไป
บักเคนว่ามั้ย???? เรื่องนี้ไม่มีมือที่สาม (ตอนแรกจะใส่ยูตะจินลงมาและ)
แต่ขี้เกียจ

_____________________
....................
"มีแผลมาอีกแล้วเหรอ... นี่นายจะบอกฉันได้รึยังว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถึงได้เลือดตกยางออกได้ทุกวัน" ไม่มีเสียงตอบรับจากคนถูกถาม.. นานจนเด็กในชุดนักเรียนอีกคนละความพยายามของเขา ถอนหายใจเบาๆทำแผลที่ฝ่ามือบางให้อย่างใจเย็น
โรงเรียนของพวกเขาเป็นโรงเรียนที่มีตั้งแต่อนุบาลไปจนถึงมหาวิทยาลัย ... อย่างที่ทุกคนกำลังคิด ใครที่จะเข้าเรียนที่นี่จะต้องจ่ายค่าเทอมแพงชนิดที่แค่รวมกันสองเทอมสำหรับที่นี่ เท่ากับค่าเทอมตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนจนเรียนจบมัธยมของการเรียนในโรงเรียนเอกชนปกติ
และสิ่งที่แปลกแตกต่างจากที่อื่นก็คือ ที่นี่ไม่มีอาจารย์พยาบาล .. แต่จะมีนักเรียนมัธยมปลายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการนักเรียนมาประจำอยู่แทน เปลี่ยนหน้าไปทุกๆ 2 ชั่วโมง โดยที่พวกเขาไม่ต้องห่วงการเรียนการสอน
เพราะคณะกรรมการทั้งหมดตั้งแต่มัธยมปลายปีแรกถึงปีสุดท้าย....... เรียนห้องเดียวกัน ครูใหญ่ท่านคงมีจุดประสงค์อะไรสักอย่างจริงๆ ซึ่งพวกเขาทุกคนก็อยากรู้จนหายอยากกันไปตามกาลเวลา
และที่พวกเขาต้องทำงานทุกวันไม่มีคนมาผลัดเปลี่ยนเวียนหน้า เพราะนอกจากงานห้องพยาบาลแล้วยังมีงานอื่นให้ประจำอีก เช่นห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ซึ่งเขาได้รับแต่งตั้งมาที่นี่ รับผิดชอบ2ชั่วโมงแรก....
และตอนนี้ก็เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของการเรียนในเทอมนี้ ได้มีเด็กมัธยมต้นคนหนึ่งโผล่เข้ามาในห้องพยาบาลทุกวันในเวลาเดิม ใบหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ยินดียินร้าย ทั้งๆที่สาเหตุที่พาเจ้าตัวมาถึงที่นี่ก็คือการมาทำความสะอาดและปฐมพยาบาลรอยแผล ... ซึ่งน่าจะเกิดจากการกลั่นแกล้งกันของเด็กนักเรียนด้วยกัน มันเป็นเรื่องที่มีเกิดขึ้นทั่วไปแทบจะทุกโรงเรียน
แต่ถ้าเจ้าตัวไม่เอ่ยปากเขาก็ไม่รู้ว่าจะอย่างไรได้
"เอาล่ะ! เสร็จเรียบร้อยแล้ว" ปิดแผลเรียบร้อย ก็ยื่นมือไปลูบผมเด็กตรงหน้าอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จะหันไปปิดกล่องอุปกรณ์
ร่างบางก้มลงมองแผลที่มือด้วยสีหน้าปกติ ค่อยๆขยับเก้าอี้ถอยหลังแล้วยืนขึ้นค้อมศีรษะให้คนอายุมากกว่าพลางเอ่ยขอบคุณเสียงเบา
"รุ่นพี่ฮะ..ถ้าผมจะขอนอนพักได้มั้ย?" เงยหน้าขึ้นมาก่อนจะพูดถาม แน่นอนว่าอีกฝ่ายรอที่จะให้ร่างบางถามคำถามนี้มาตลอด จนบางทีก็เกือบจะเป็นฝ่ายยื่นคำถามออกไปเสียเองว่าสนใจจะพักสักหน่อยไหม
ถึงบาดเผลจะไม่ส่งผลกระทบให้ถึงกับต้องขาดเรียน ไม่ได้ป่วยเป็นไข้.. แต่ก็เป็นวันที่ 7 แล้วที่เด็กตรงหน้ามีบาดแผลเข้ามาหาเขา
พยักหน้าตกลงกลับไป ได้รับรอยยิ้มหวานตอบกลับมา รอยยิ้มที่ทำเอาเกือบลืมสถานะของตัวเอง ...
...........กฎหลักของโรงเรียนเกี่ยวเรื่องความประพฤติเชิงชู้สาวที่ห้ามฝ่าฝืนเด็ดขาด
1. นักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายห้ามมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวต่อกัน
2. นักเรียนที่เป็นคณะกรรมการนักเรียนห้ามมีความรักกับเด็กในโรงเรียน
มันอาจจะดูเป็นกฎแปลกๆ แต่เพราะโรงเรียนของเขา คณะกรรมการไม่ได้เกิดจากความสมัครใจหรือการเลือกตั้ง แต่ได้รับการแต่งตั้งจากคุณครูใหญ่............ซึ่งท่านมีความสนใจเป็นพิเศษกับกลุ่มเด็กหนุ่มหน้าตาดี ตัวครูใหญ่เองก็ยังอายุไม่มากที่สำคัญรูปร่างหน้าตาดูภูมิฐานเป็นที่โด่งดังในหมู่นักเรียนหญิง....
ถ้าไม่ได้เป็นคนสนิท หรือเป็นหนึ่งในคณะกรรมการนักเรียน ยากที่จะได้รู้ว่านิสัยกับตัวตนภายนอกของท่านแตกต่างกันลิบลับ...
... คณะกรรมการนักเรียนในโรงเรียนสหศึกษา แต่กลับมีเพียงแค่เด็กผู้ชายแล้วยังหน้าตามาเป็นอันดับหนึ่ง
เด็กหน้าตาดีก็ย่อมมีคนหมายตา ทุกคนมีกลุ่มแฟนคลับเป็นของตัวเอง ถ้าไม่มีกฎบ้าๆก็คงสามารถเลือกคู่ควงได้ตามใจชอบ..
"ไม่ได้น่ารักสักนิด..ก็แค่จู่ๆยิ้มออกมาเท่านั้นล่ะ" ขยับตัวเอนหลังติดเบาะ พยายามคิดหาอะไรมาหักล้างความรู้สึกแปลกๆของตัวเองที่เกิดขึ้นเพียงชั่ววินาที
.... เพราะไม่เคยเลยที่จะได้เห็นรอยยิ้มของเด็กคนนั้น ใช่ ... เขาคงแค่ตกใจ
เด็กแว่นกรอบเฉิ่ม ท่าทางเห่ย แค่ลูกคนหนูเอ๋อๆคนหนึ่ง ที่โดนเพื่อนแกล้งก็คงไม่พ้นสาเหตุจากไอลักษณะที่ดูไม่ได้นั่น...
".......เลิกคิดได้แล้วเคนโตะ" บอกตัวเองซ้ำๆ ทอดสายตามองออกไปยังเตียงเดียวที่กั้นม่านเอาไว้โดยรอบ
______________________
"หลับไปรึยังนะ..." นั่งอยู่เฉยๆมันก็ต้องมีเบื่อกันบ้าง ร่างสูงจึงลุกขึ้นเดินไปหยุดอยู่หน้าเตียงที่มีม่านปิดล้อมรอบ มือบางเอื้อมไปจับขอบม่านแล้วหยุดยืนอยู่นิ่งๆ ..ช่างใจว่าควรจะเปิดเข้าไปดีหรือไม่
ถ้ายังไม่หลับเขาจะต้องแก้ตัวว่าอะไร? บอกว่าจะตรวจดูแผลก็คงไม่เข้าท่า
ยืนคิดหาเหตุผลแก้ตัวต่างๆนาๆพักใหญ่ก่อนที่จะตัดสินใจเลื่อนม่านช้าๆให้เงียบมากที่สุด พอเข้ามาอยู่ข้างในแล้วถึงขยับปิดเพื่อไม่ให้แสงเข้า
"ลัคกี้!.... แล้วเราจะกลัวทำไม" พูดกับตัวเองเบาๆ กำปั้นดีใจถูกยกขึ้นมาระดับอก ก่อนที่จะเป็นตัวเขาเองที่ไม่เข้าใจกับการกระทำของตนแล้วค่อยๆลดมือลง ก้าวขาเข้าไปใกล้ร่างบางบนเตียง.. ถอดแว่นด้วยแฮะ.......
พอสายตามองไปเห็นแว่นคุณปูที่วางอยู่ เขาก็รู้สึกสนใจเจ้าของมันขึ้นมาทันที ...
"อืม.." จู่ๆก็ส่งเสียงครางออกมา ทำเอาใจตกไปอยู่ตาตุ่ม จากนอนตะแคงก็ขยับเปลี่ยนมาเป็นนอนหงาย
".........." คนบุกรุกยืนตัวแข็ง ชาไปทั่วทั้งตัว มีเพียงแค่ดวงตาของเขาเท่านั้นที่ยังขยับเปิดปิดได้ พอผมยาวที่ปรกใบหน้าไว้ตลอดมันกระจายออกด้านข้าง ถึงได้เห็นแก้มใสที่แดงระเรื่อ ... ริมฝีปากบางกับจมูกโด่งทิ่มตานั่นเขาสังเกตเห็นมันอยู่ก่อนแล้ว
แต่ที่ไม่เคยรู้สึกถึงเลยคือเด็กคนนี้มีขนตายาวยิ่งกว่าเด็กผู้หญิง
ถ้าได้เห็นดวงตาโดยไม่มีแว่นเชยๆสวมทับจะเป็นยังไง
///แอด.......
"ฟูมะคุงมาแล้ว!~ เอ๊ะ? ไม่มีใครอยู่เลยเหรอ" เจ้าของเสียงร่าเริงตั้งแต่ยังไม่ปิดประตูห้องพยาบาลมองซ้ายมองขวา ไม่เห็นเพื่อนเวรก่อนหน้าตนจึงเดินไปนั่งที่นั่งประจำตำแหน่ง..... พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือวางอยู่
........งั้นคงไปห้องน้ำล่ะมั้ง
ว่าแต่........
ตากลมเหลือบขึ้นมองเตียงที่ดูจะมีคนพักอยู่ ไม่ใช่ว่าหมอนั่นจะ...?
และสิ่งที่แปลกแตกต่างจากที่อื่นก็คือ ที่นี่ไม่มีอาจารย์พยาบาล .. แต่จะมีนักเรียนมัธยมปลายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการนักเรียนมาประจำอยู่แทน เปลี่ยนหน้าไปทุกๆ 2 ชั่วโมง โดยที่พวกเขาไม่ต้องห่วงการเรียนการสอน
เพราะคณะกรรมการทั้งหมดตั้งแต่มัธยมปลายปีแรกถึงปีสุดท้าย....... เรียนห้องเดียวกัน ครูใหญ่ท่านคงมีจุดประสงค์อะไรสักอย่างจริงๆ ซึ่งพวกเขาทุกคนก็อยากรู้จนหายอยากกันไปตามกาลเวลา
และที่พวกเขาต้องทำงานทุกวันไม่มีคนมาผลัดเปลี่ยนเวียนหน้า เพราะนอกจากงานห้องพยาบาลแล้วยังมีงานอื่นให้ประจำอีก เช่นห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ซึ่งเขาได้รับแต่งตั้งมาที่นี่ รับผิดชอบ2ชั่วโมงแรก....
และตอนนี้ก็เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของการเรียนในเทอมนี้ ได้มีเด็กมัธยมต้นคนหนึ่งโผล่เข้ามาในห้องพยาบาลทุกวันในเวลาเดิม ใบหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ยินดียินร้าย ทั้งๆที่สาเหตุที่พาเจ้าตัวมาถึงที่นี่ก็คือการมาทำความสะอาดและปฐมพยาบาลรอยแผล ... ซึ่งน่าจะเกิดจากการกลั่นแกล้งกันของเด็กนักเรียนด้วยกัน มันเป็นเรื่องที่มีเกิดขึ้นทั่วไปแทบจะทุกโรงเรียน
แต่ถ้าเจ้าตัวไม่เอ่ยปากเขาก็ไม่รู้ว่าจะอย่างไรได้
"เอาล่ะ! เสร็จเรียบร้อยแล้ว" ปิดแผลเรียบร้อย ก็ยื่นมือไปลูบผมเด็กตรงหน้าอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จะหันไปปิดกล่องอุปกรณ์
ร่างบางก้มลงมองแผลที่มือด้วยสีหน้าปกติ ค่อยๆขยับเก้าอี้ถอยหลังแล้วยืนขึ้นค้อมศีรษะให้คนอายุมากกว่าพลางเอ่ยขอบคุณเสียงเบา
"รุ่นพี่ฮะ..ถ้าผมจะขอนอนพักได้มั้ย?" เงยหน้าขึ้นมาก่อนจะพูดถาม แน่นอนว่าอีกฝ่ายรอที่จะให้ร่างบางถามคำถามนี้มาตลอด จนบางทีก็เกือบจะเป็นฝ่ายยื่นคำถามออกไปเสียเองว่าสนใจจะพักสักหน่อยไหม
ถึงบาดเผลจะไม่ส่งผลกระทบให้ถึงกับต้องขาดเรียน ไม่ได้ป่วยเป็นไข้.. แต่ก็เป็นวันที่ 7 แล้วที่เด็กตรงหน้ามีบาดแผลเข้ามาหาเขา
พยักหน้าตกลงกลับไป ได้รับรอยยิ้มหวานตอบกลับมา รอยยิ้มที่ทำเอาเกือบลืมสถานะของตัวเอง ...
...........กฎหลักของโรงเรียนเกี่ยวเรื่องความประพฤติเชิงชู้สาวที่ห้ามฝ่าฝืนเด็ดขาด
1. นักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายห้ามมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวต่อกัน
2. นักเรียนที่เป็นคณะกรรมการนักเรียนห้ามมีความรักกับเด็กในโรงเรียน
มันอาจจะดูเป็นกฎแปลกๆ แต่เพราะโรงเรียนของเขา คณะกรรมการไม่ได้เกิดจากความสมัครใจหรือการเลือกตั้ง แต่ได้รับการแต่งตั้งจากคุณครูใหญ่............ซึ่งท่านมีความสนใจเป็นพิเศษกับกลุ่มเด็กหนุ่มหน้าตาดี ตัวครูใหญ่เองก็ยังอายุไม่มากที่สำคัญรูปร่างหน้าตาดูภูมิฐานเป็นที่โด่งดังในหมู่นักเรียนหญิง....
ถ้าไม่ได้เป็นคนสนิท หรือเป็นหนึ่งในคณะกรรมการนักเรียน ยากที่จะได้รู้ว่านิสัยกับตัวตนภายนอกของท่านแตกต่างกันลิบลับ...
... คณะกรรมการนักเรียนในโรงเรียนสหศึกษา แต่กลับมีเพียงแค่เด็กผู้ชายแล้วยังหน้าตามาเป็นอันดับหนึ่ง
เด็กหน้าตาดีก็ย่อมมีคนหมายตา ทุกคนมีกลุ่มแฟนคลับเป็นของตัวเอง ถ้าไม่มีกฎบ้าๆก็คงสามารถเลือกคู่ควงได้ตามใจชอบ..
"ไม่ได้น่ารักสักนิด..ก็แค่จู่ๆยิ้มออกมาเท่านั้นล่ะ" ขยับตัวเอนหลังติดเบาะ พยายามคิดหาอะไรมาหักล้างความรู้สึกแปลกๆของตัวเองที่เกิดขึ้นเพียงชั่ววินาที
.... เพราะไม่เคยเลยที่จะได้เห็นรอยยิ้มของเด็กคนนั้น ใช่ ... เขาคงแค่ตกใจ
เด็กแว่นกรอบเฉิ่ม ท่าทางเห่ย แค่ลูกคนหนูเอ๋อๆคนหนึ่ง ที่โดนเพื่อนแกล้งก็คงไม่พ้นสาเหตุจากไอลักษณะที่ดูไม่ได้นั่น...
".......เลิกคิดได้แล้วเคนโตะ" บอกตัวเองซ้ำๆ ทอดสายตามองออกไปยังเตียงเดียวที่กั้นม่านเอาไว้โดยรอบ
______________________
"หลับไปรึยังนะ..." นั่งอยู่เฉยๆมันก็ต้องมีเบื่อกันบ้าง ร่างสูงจึงลุกขึ้นเดินไปหยุดอยู่หน้าเตียงที่มีม่านปิดล้อมรอบ มือบางเอื้อมไปจับขอบม่านแล้วหยุดยืนอยู่นิ่งๆ ..ช่างใจว่าควรจะเปิดเข้าไปดีหรือไม่
ถ้ายังไม่หลับเขาจะต้องแก้ตัวว่าอะไร? บอกว่าจะตรวจดูแผลก็คงไม่เข้าท่า
ยืนคิดหาเหตุผลแก้ตัวต่างๆนาๆพักใหญ่ก่อนที่จะตัดสินใจเลื่อนม่านช้าๆให้เงียบมากที่สุด พอเข้ามาอยู่ข้างในแล้วถึงขยับปิดเพื่อไม่ให้แสงเข้า
"ลัคกี้!.... แล้วเราจะกลัวทำไม" พูดกับตัวเองเบาๆ กำปั้นดีใจถูกยกขึ้นมาระดับอก ก่อนที่จะเป็นตัวเขาเองที่ไม่เข้าใจกับการกระทำของตนแล้วค่อยๆลดมือลง ก้าวขาเข้าไปใกล้ร่างบางบนเตียง.. ถอดแว่นด้วยแฮะ.......
พอสายตามองไปเห็นแว่นคุณปูที่วางอยู่ เขาก็รู้สึกสนใจเจ้าของมันขึ้นมาทันที ...
"อืม.." จู่ๆก็ส่งเสียงครางออกมา ทำเอาใจตกไปอยู่ตาตุ่ม จากนอนตะแคงก็ขยับเปลี่ยนมาเป็นนอนหงาย
".........." คนบุกรุกยืนตัวแข็ง ชาไปทั่วทั้งตัว มีเพียงแค่ดวงตาของเขาเท่านั้นที่ยังขยับเปิดปิดได้ พอผมยาวที่ปรกใบหน้าไว้ตลอดมันกระจายออกด้านข้าง ถึงได้เห็นแก้มใสที่แดงระเรื่อ ... ริมฝีปากบางกับจมูกโด่งทิ่มตานั่นเขาสังเกตเห็นมันอยู่ก่อนแล้ว
แต่ที่ไม่เคยรู้สึกถึงเลยคือเด็กคนนี้มีขนตายาวยิ่งกว่าเด็กผู้หญิง
ถ้าได้เห็นดวงตาโดยไม่มีแว่นเชยๆสวมทับจะเป็นยังไง
///แอด.......
"ฟูมะคุงมาแล้ว!~ เอ๊ะ? ไม่มีใครอยู่เลยเหรอ" เจ้าของเสียงร่าเริงตั้งแต่ยังไม่ปิดประตูห้องพยาบาลมองซ้ายมองขวา ไม่เห็นเพื่อนเวรก่อนหน้าตนจึงเดินไปนั่งที่นั่งประจำตำแหน่ง..... พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือวางอยู่
........งั้นคงไปห้องน้ำล่ะมั้ง
ว่าแต่........
ตากลมเหลือบขึ้นมองเตียงที่ดูจะมีคนพักอยู่ ไม่ใช่ว่าหมอนั่นจะ...?
///พรืด!!
"นั่นไงว่าแล้ว..." มานอนหลับอยู่ตรงนี้.. มือขาวรีบล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์ของตนออกมาเก็บภาพเพื่อนที่นอนคว่ำอยู่
มันค่อนข้างจะเป็นของหายาก เคนโตะที่จะอู้งานมาแอบนอน ต้องบอกว่าไม่เคยเห็นเลยสักครั้งเพราะงั้นต้องถ่ายเก็บไว้.. หลังจากบันทึกไว้ทุกมุมจนพอใจเขาถึงเอื้อมมือไปเขย่าคนหลับ
"เฮ้.. รีบไปเรียนได้แล้ว ห้องไม่ใช่ใกล้ๆ"
ไกลเลยล่ะ เพราะคนล่ะตึกกับห้องพยาบาลนี่.. แต่ก็ใช่ว่ากลับไปแล้วจะมีการเรียนการสอนอะไร..... บางทีอาจจะมีแจกข้อสอบให้นั่งทำเล่นๆแก้เบื่อ นานๆคุณครูจะเข้าสอนสักครั้ง.. ... แค่หล่อก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วสินะ
"อืม... ขออีกสักพักได้มั้ย" ส่งเสียงครางงัวเงียออกมา ฟูมะหรี่นัยน์ตาลงมองสำรวจเพื่อน เคนโตะเป็นคนชอบความเพอร์เฟ็ค ไม่ง่ายเลยที่จะได้เห็นด้านแย่ๆของหมอนี่
...แต่ขนาดความแตกว่าแอบงีบระหว่างทำงาน หมอนี่ก็ยังจะนอน?
แปลก...
แต่ช่างมันเถอะ มันเป็นคนปกติบ้างก็ดีเหมือนกัน เขาคิดว่ามีเพื่อนเป็นองค์รัชทายาทมาตั้งนาน
"งั้นฉันไปเข้าห้องน้ำก่อน แล้วจะรีบกลับมา" เอ่ยฝากห้องแล้วรีบออกไป คนบนเตียงถอนหายใจออกมา
โชคดีที่เวรต่อเขาคือฟูมะ แผนง่ายๆของเขาจึงไม่เป็นที่น่าสงสัยของหมอนั่นสินะ เกือบไปแล้ว จู่ๆก็โผล่เข้ามาในห้องพยาบาลเล่นเอาเขาตั้งตัวไม่ทัน... เขาผิดเองด้วยล่ะที่ไม่ได้ดูเวลา
"รุ่นพี่ฮะ.. ผมจะกลับห้องแล้วล่ะ" เสียงเบาอู้อี้อยู่บริเวณหน้าอก เตือนสติคนนอนสบายให้รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว เคนโตะขยับลงจากเตียงทันที พลางมองร่างบางที่ขยับตัวนั่งผมเผ้ายุ่งเหยิง......
......ตากลม....น่ารักจริงๆด้วยแฮะ
ความรู้สึกของคำว่ารักแรกพบมันเป็นยังไง... เขาเข้าใจมันในทันที
คนถูกมองหยิบแว่นที่เคนโตะลนลานโยนเข้ามาในผ้าห่มเมื่อสักครู่ มาใส่ก่อนจะกะพริบตาสบมองนัยน์ตาสวย "ไม่เป็นไรแล้วนะฮะ?"
เพราะเมื่อครู่กะทันหันมากเขาเลยรีบปลุกเด็กบนเตียงแล้วขอเข้าไปอยู่ด้วย ซึ่งถ้าต่างคนต่างนอนฟูมะก็จะสังเกตได้ถึงความนูนต่ำของของที่นอนซึ่งไม่ได้มีแค่เขา.. จึงจำเป็นต้องขออนุญาตนอนทับไป ไม่น่าเชื่อว่าทางโน้นจะตอนตกลงกลับมา ดีที่เด็กน้อยตัวเล็กเลยไม่มีปัญหากับการแอบเท่าไหร่
แต่ปัญหาหนักก็คือตัวเขาที่ใจเต้นแรงอย่างชัดเจนในตอนนั้น
และยังไม่หายจนถึงตอนนี้ ........ ให้ตายสิเกิดอยากลงจากตำแหน่งก็ตอนนี้.. ไม่ใช่แค่นั้นแต่ต้องลดอายุลงมาเรียนมัธยมต้นด้วย
"อ่ะ..ฉันให้" หยิบกระเป๋าตังขึ้นมาเปิดเอาเครื่องรางที่เขาพกตั้งแต่เด็กประถมยื่นให้กับร่างบาง โชริอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรแต่สุดท้ายก็เพียงแค่รับมันไปอย่าง งงๆ "ขอบคุณฮะ"
พูดขอบคุณพร้อมก้มศีรษะ แล้วถึงเดินไปหน้าประตู
"เฮ้!" เรียกรั้งไว้ก่อนคนตัวบางจะเดินออกไป โชริหันกลับมาเอียงศีรษะ.... ใบหน้าภายใต้ผมยาวๆกับแว่นคุณปู่ที่ไม่เคยน่ารัก มันค่อยๆให้ความรู้สึกน่าเอ็นดู
"ฮะ?"
"เอ่อ...โชคดี.. แผลหายไวๆ"
เผลอหลุดปากเรียกออกไปแล้วมันก็จำเป็นต้องพูดอะไรสักอย่าง เลยแถๆเข้าเรื่องแผลของร่างบางไป .. รอยยิ้มกว้างแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนถูกแต้มเต็มใบหน้าเล็ก เขาก้มค้อมให้รุ่นพี่ก่อนจะออกไปจากห้องพยาบาล
...ปึง....
"................ว่าแต่ ชื่ออะไร?" ยืนยิ้มกับตัวเองสักพักก็นึกได้ว่าเขายังไม่ได้เอ่ยถามชื่อแม้จะเจอกัน7 ครั้ง ไม่ได้ทำให้คิดจะถามชื่อแซ่กันเลยสินะ.. ก็ใครจะไปรู้ว่าไอท่าทางเชยสุดฤทธิ์ที่แสดงออกมานั่นความจริงจะน่ารักขนาดนั้น
เอาเถอะยังไงค่อยกลับไปเปิดแฟ้มประวัติดูก็ได้
ยังไงก็แอบได้นอนทับจนจะรวมร่าง... ฟูมะมันน่าจะอยู่นานๆหน่อย~
.. คิดแล้วก็ดึงเสื้อตัวเองขึ้นมาสูดหายใจเข้าอย่างแรง .......... "หอม"
"ละเมอเหรอเคนโตะ?// "เหวอ!! เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่" " ใบหน้าขาวโผล่มาข้างๆเล่นเอาคนเหม่อสะดุ้งแทบตกเก้าอี้ ฟูมะขมวดคิ้วไม่เข้าใจกับท่าทีประหลาดๆนั่น ... มันไม่ใช่รัชทายาทจริงสินะ
ไอเจ้าชายเลือดผสมเอ๊ย!!
โอ๊ะ จะว่าไปไม่ได้ดูแฮรี่พอตเตอร์ตั้งแต่ภาคไหนกันนะเขา...
ช่างเถอะๆ ตอบคำถามมันก่อน เดี๋ยวมันจะคอยนานจนใบหน้าเหี่ยวย่น
"ตอนที่นายนั่งยิ้มแล้วดึงเสื้อ ดึงไทค์ขึ้นมาดม.."
ได้ยินคำตอบก็ถึงกับถอนหายใจพรืดออกมา เหมือนโล่งอกเสียเต็มที่........ อะไรของมัน ผีเข้า?..
.....................................
"เฮ้ย!...อีก10นาทีจะออกเวรแล้วนะ" ไม่ตรงเวลาเอาซะเลยเด็กบ้า.... เมื่อวานนี้ทำให้เขากระวนกระวายไม่เป็นอันทำอะไร วันนี้ตื่นเช้ากว่าปกติมาเปิดห้องพยาบาลนั่งรอตั้งแต่ก่อนเวลาทำงาน........ แต่ไร้วี่แววคนไข้ประจำ
แล้วแบบนี้จะเข้ามาเจอกับใคร ฟูมะ? ยูโกะ? โฮคุโตะ? ยูโตะ? หรือใคร ใคร ใคร
...หรือวันนี้ไม่โดนแกล้ง........ อืม ก็ดี..
"โอเค โอเค... ไม่เจ็บไม่ป่วยก็ดี เฮ้อ...."
เด็กนั่นไม่เจ็บแต่เขาเนี่ยท่าทางจะป่วยแล้วล่ะ ยกมือขึ้นมองนาฬิกาข้อมือ... อีกไม่กี่นาทีเวลาของเขากับที่นี่ก็จะหมดลง ....... แต่ก็ไม่อยากจะหมดหวังหรอกนะ
//แอด....
รีบหมุนเก้าอี้ให้หันออกไปทางหน้าต่างด้านหลังทำเป็นไม่ได้สนใจการมาเยือนของอีกฝ่าย... แต่เพราะปกติถ้าเป็นเด็กคนนั้นจะต้องมายืนหน้าโต๊ะของเขาและเอ่ยขอทำแผล คราวนี้กลับไม่รู้สึกว่ามีอะไรเคลื่อนเข้ามาใกล้
ยิ่งไปว่านั้น
//พรืด.....
กลับได้ยินเสียงผ้าม่านลากกั้นเตียงให้พ้นจากสายตาของเขา
"........ ?" หรือเด็กมาโดดเรียน.. กล้ามาโดดเรียนทั้งๆที่เห็นเขานั่งหัวโด่นี่มันหยามเกินไปแล้ว
ไหนๆเจ้าเอ๋อนั่นก็ไม่มา ขอระบายอารมณ์ใน5นาทีสุดท้ายก่อนกลับห้องเรียนหน่อยเถอะ
"เฮ้!! นี่เวลาเรียนกลับไปเรียนซะ ห้องพยาบาลไม่ได้มีสำหรับเด็กโดด..................... เอ๊ะ? "
แว่นแสนจะเห่ยที่จำได้ติดตา ถูกถอดวางเอาไว้ข้างหมอนของเด็กที่นอนคว่ำหน้า ขาของมันงอและเลนหลุดหายไปข้างหนึ่ง... เห็นสภาพแบบนั้นต่อให้ใจเย็นเป็นน้ำแข็งเขาก็ทนไม่ได้ เผลอเอื้อมมือดึงคนตัวเล็กออกห่างจากหมอน ..
"นั่นไงว่าแล้ว..." มานอนหลับอยู่ตรงนี้.. มือขาวรีบล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์ของตนออกมาเก็บภาพเพื่อนที่นอนคว่ำอยู่
มันค่อนข้างจะเป็นของหายาก เคนโตะที่จะอู้งานมาแอบนอน ต้องบอกว่าไม่เคยเห็นเลยสักครั้งเพราะงั้นต้องถ่ายเก็บไว้.. หลังจากบันทึกไว้ทุกมุมจนพอใจเขาถึงเอื้อมมือไปเขย่าคนหลับ
"เฮ้.. รีบไปเรียนได้แล้ว ห้องไม่ใช่ใกล้ๆ"
ไกลเลยล่ะ เพราะคนล่ะตึกกับห้องพยาบาลนี่.. แต่ก็ใช่ว่ากลับไปแล้วจะมีการเรียนการสอนอะไร..... บางทีอาจจะมีแจกข้อสอบให้นั่งทำเล่นๆแก้เบื่อ นานๆคุณครูจะเข้าสอนสักครั้ง.. ... แค่หล่อก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วสินะ
"อืม... ขออีกสักพักได้มั้ย" ส่งเสียงครางงัวเงียออกมา ฟูมะหรี่นัยน์ตาลงมองสำรวจเพื่อน เคนโตะเป็นคนชอบความเพอร์เฟ็ค ไม่ง่ายเลยที่จะได้เห็นด้านแย่ๆของหมอนี่
...แต่ขนาดความแตกว่าแอบงีบระหว่างทำงาน หมอนี่ก็ยังจะนอน?
แปลก...
แต่ช่างมันเถอะ มันเป็นคนปกติบ้างก็ดีเหมือนกัน เขาคิดว่ามีเพื่อนเป็นองค์รัชทายาทมาตั้งนาน
"งั้นฉันไปเข้าห้องน้ำก่อน แล้วจะรีบกลับมา" เอ่ยฝากห้องแล้วรีบออกไป คนบนเตียงถอนหายใจออกมา
โชคดีที่เวรต่อเขาคือฟูมะ แผนง่ายๆของเขาจึงไม่เป็นที่น่าสงสัยของหมอนั่นสินะ เกือบไปแล้ว จู่ๆก็โผล่เข้ามาในห้องพยาบาลเล่นเอาเขาตั้งตัวไม่ทัน... เขาผิดเองด้วยล่ะที่ไม่ได้ดูเวลา
"รุ่นพี่ฮะ.. ผมจะกลับห้องแล้วล่ะ" เสียงเบาอู้อี้อยู่บริเวณหน้าอก เตือนสติคนนอนสบายให้รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว เคนโตะขยับลงจากเตียงทันที พลางมองร่างบางที่ขยับตัวนั่งผมเผ้ายุ่งเหยิง......
......ตากลม....น่ารักจริงๆด้วยแฮะ
ความรู้สึกของคำว่ารักแรกพบมันเป็นยังไง... เขาเข้าใจมันในทันที
คนถูกมองหยิบแว่นที่เคนโตะลนลานโยนเข้ามาในผ้าห่มเมื่อสักครู่ มาใส่ก่อนจะกะพริบตาสบมองนัยน์ตาสวย "ไม่เป็นไรแล้วนะฮะ?"
เพราะเมื่อครู่กะทันหันมากเขาเลยรีบปลุกเด็กบนเตียงแล้วขอเข้าไปอยู่ด้วย ซึ่งถ้าต่างคนต่างนอนฟูมะก็จะสังเกตได้ถึงความนูนต่ำของของที่นอนซึ่งไม่ได้มีแค่เขา.. จึงจำเป็นต้องขออนุญาตนอนทับไป ไม่น่าเชื่อว่าทางโน้นจะตอนตกลงกลับมา ดีที่เด็กน้อยตัวเล็กเลยไม่มีปัญหากับการแอบเท่าไหร่
แต่ปัญหาหนักก็คือตัวเขาที่ใจเต้นแรงอย่างชัดเจนในตอนนั้น
และยังไม่หายจนถึงตอนนี้ ........ ให้ตายสิเกิดอยากลงจากตำแหน่งก็ตอนนี้.. ไม่ใช่แค่นั้นแต่ต้องลดอายุลงมาเรียนมัธยมต้นด้วย
"อ่ะ..ฉันให้" หยิบกระเป๋าตังขึ้นมาเปิดเอาเครื่องรางที่เขาพกตั้งแต่เด็กประถมยื่นให้กับร่างบาง โชริอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรแต่สุดท้ายก็เพียงแค่รับมันไปอย่าง งงๆ "ขอบคุณฮะ"
พูดขอบคุณพร้อมก้มศีรษะ แล้วถึงเดินไปหน้าประตู
"เฮ้!" เรียกรั้งไว้ก่อนคนตัวบางจะเดินออกไป โชริหันกลับมาเอียงศีรษะ.... ใบหน้าภายใต้ผมยาวๆกับแว่นคุณปู่ที่ไม่เคยน่ารัก มันค่อยๆให้ความรู้สึกน่าเอ็นดู
"ฮะ?"
"เอ่อ...โชคดี.. แผลหายไวๆ"
เผลอหลุดปากเรียกออกไปแล้วมันก็จำเป็นต้องพูดอะไรสักอย่าง เลยแถๆเข้าเรื่องแผลของร่างบางไป .. รอยยิ้มกว้างแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนถูกแต้มเต็มใบหน้าเล็ก เขาก้มค้อมให้รุ่นพี่ก่อนจะออกไปจากห้องพยาบาล
...ปึง....
"................ว่าแต่ ชื่ออะไร?" ยืนยิ้มกับตัวเองสักพักก็นึกได้ว่าเขายังไม่ได้เอ่ยถามชื่อแม้จะเจอกัน7 ครั้ง ไม่ได้ทำให้คิดจะถามชื่อแซ่กันเลยสินะ.. ก็ใครจะไปรู้ว่าไอท่าทางเชยสุดฤทธิ์ที่แสดงออกมานั่นความจริงจะน่ารักขนาดนั้น
เอาเถอะยังไงค่อยกลับไปเปิดแฟ้มประวัติดูก็ได้
ยังไงก็แอบได้นอนทับจนจะรวมร่าง... ฟูมะมันน่าจะอยู่นานๆหน่อย~
.. คิดแล้วก็ดึงเสื้อตัวเองขึ้นมาสูดหายใจเข้าอย่างแรง .......... "หอม"
"ละเมอเหรอเคนโตะ?// "เหวอ!! เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่" " ใบหน้าขาวโผล่มาข้างๆเล่นเอาคนเหม่อสะดุ้งแทบตกเก้าอี้ ฟูมะขมวดคิ้วไม่เข้าใจกับท่าทีประหลาดๆนั่น ... มันไม่ใช่รัชทายาทจริงสินะ
ไอเจ้าชายเลือดผสมเอ๊ย!!
โอ๊ะ จะว่าไปไม่ได้ดูแฮรี่พอตเตอร์ตั้งแต่ภาคไหนกันนะเขา...
ช่างเถอะๆ ตอบคำถามมันก่อน เดี๋ยวมันจะคอยนานจนใบหน้าเหี่ยวย่น
"ตอนที่นายนั่งยิ้มแล้วดึงเสื้อ ดึงไทค์ขึ้นมาดม.."
ได้ยินคำตอบก็ถึงกับถอนหายใจพรืดออกมา เหมือนโล่งอกเสียเต็มที่........ อะไรของมัน ผีเข้า?..
.....................................
"เฮ้ย!...อีก10นาทีจะออกเวรแล้วนะ" ไม่ตรงเวลาเอาซะเลยเด็กบ้า.... เมื่อวานนี้ทำให้เขากระวนกระวายไม่เป็นอันทำอะไร วันนี้ตื่นเช้ากว่าปกติมาเปิดห้องพยาบาลนั่งรอตั้งแต่ก่อนเวลาทำงาน........ แต่ไร้วี่แววคนไข้ประจำ
แล้วแบบนี้จะเข้ามาเจอกับใคร ฟูมะ? ยูโกะ? โฮคุโตะ? ยูโตะ? หรือใคร ใคร ใคร
...หรือวันนี้ไม่โดนแกล้ง........ อืม ก็ดี..
"โอเค โอเค... ไม่เจ็บไม่ป่วยก็ดี เฮ้อ...."
เด็กนั่นไม่เจ็บแต่เขาเนี่ยท่าทางจะป่วยแล้วล่ะ ยกมือขึ้นมองนาฬิกาข้อมือ... อีกไม่กี่นาทีเวลาของเขากับที่นี่ก็จะหมดลง ....... แต่ก็ไม่อยากจะหมดหวังหรอกนะ
//แอด....
รีบหมุนเก้าอี้ให้หันออกไปทางหน้าต่างด้านหลังทำเป็นไม่ได้สนใจการมาเยือนของอีกฝ่าย... แต่เพราะปกติถ้าเป็นเด็กคนนั้นจะต้องมายืนหน้าโต๊ะของเขาและเอ่ยขอทำแผล คราวนี้กลับไม่รู้สึกว่ามีอะไรเคลื่อนเข้ามาใกล้
ยิ่งไปว่านั้น
//พรืด.....
กลับได้ยินเสียงผ้าม่านลากกั้นเตียงให้พ้นจากสายตาของเขา
"........ ?" หรือเด็กมาโดดเรียน.. กล้ามาโดดเรียนทั้งๆที่เห็นเขานั่งหัวโด่นี่มันหยามเกินไปแล้ว
ไหนๆเจ้าเอ๋อนั่นก็ไม่มา ขอระบายอารมณ์ใน5นาทีสุดท้ายก่อนกลับห้องเรียนหน่อยเถอะ
"เฮ้!! นี่เวลาเรียนกลับไปเรียนซะ ห้องพยาบาลไม่ได้มีสำหรับเด็กโดด..................... เอ๊ะ? "
แว่นแสนจะเห่ยที่จำได้ติดตา ถูกถอดวางเอาไว้ข้างหมอนของเด็กที่นอนคว่ำหน้า ขาของมันงอและเลนหลุดหายไปข้างหนึ่ง... เห็นสภาพแบบนั้นต่อให้ใจเย็นเป็นน้ำแข็งเขาก็ทนไม่ได้ เผลอเอื้อมมือดึงคนตัวเล็กออกห่างจากหมอน ..
เพราะขนาดตัวที่ต่างกันทำให้โชริติดมือเขาขึ้นมานั่งทันที ร่างเล็กชันเข่าขึ้นแล้วก้มหน้าลงไม่ยอมให้เห็นใบหน้า
"ใครทำ... "
"..." ไม่พูดและไม่มีทีท่าว่าจะพูดด้วย ไหล่บางสั่นแรงพาลสั่นมาถึงมือของคนที่อารมณ์เริ่มไม่คงที่ กำหมัดแน่นตั้งแต่ยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ
"..." ไม่พูดและไม่มีทีท่าว่าจะพูดด้วย ไหล่บางสั่นแรงพาลสั่นมาถึงมือของคนที่อารมณ์เริ่มไม่คงที่ กำหมัดแน่นตั้งแต่ยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ
"ใครทำ........ ถ้าไม่ตอบ ฉันจะจัดการเด็กมัธยมต้นทั้งหมด"
ประโยคที่ดูเป็นไปไม่ได้ของร่างสูง... มันกลับน่าเชื่อด้วยความหนักแน่นในน้ำเสียง และฐานะของเขาที่ถึงจะไม่สามารถจัดการได้ด้วยกำลัง แต่เขามีสิทธิ์หลายๆอย่างในฐานะคณะกรรมการนักเรียนระดับมัธยมปลาย... ที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในที่นี่.. เพราะแผนกมหาวิทยาลัยจะแยกจากเด็กๆโดยสิ้นเชิง
"ผม...ทำเครื่องลาง..ฮึก..ขาด ขอโทษ ..ฮ. ..ฮะ"
"เงยหน้าขึ้นมาสิ" ได้ยินเสียงสะอื้นเคนโตะก็ใจเย็นลงมาก เขาดึงแขนเล็กออกจากเข่าแล้วจับใบหน้าที่ก้มอยู่ให้เงยขึ้น นัยน์ตาคมที่กลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย ...บนใบหน้าน่ารักไม่มีบาดแผลใด แต่อีกอย่างที่เขาได้เห็น
คือผมนุ่มที่มักจะยาวปิดหน้าปิดตาเสมอมันถูกตัดออกไปจนสั้น และดูไม่เป็นระเบียบ...ไม่ใช่การตัดที่ร้านอย่างแน่นอน
"ไฮ!! ท่านฟูมะมาแล้ว เอ๋??"
ทั้งห้องเงียบสงบไร้แววของเพื่อนที่ต้องอยู่ประจำก่อนหน้าเขา..... ไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่ไม่ว่าจะของใช้เล็กๆน้อยๆ .. เตียงทุกเตียงถูกเปิดให้เห็นว่ามันไม่ได้รับการใช้งาน
.... นอกจากเมื่อวานมันจะแอบงีบแล้ว... วันนี้มันยังโดดเวรด้วยสินะ
โอ้! ใครก็ได้บอกทีว่านั่นคือ นาคาจิม่า เคนโตะ เพื่อนผู้เคยเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วของเขา
..........
ต้องขอโทษฟูมะจริงๆที่เขาดอดออกมาก่อนเวลา.. แม้เพียง5นาทีก็อาจจะมีเด็กเจ็บป่วยเข้ามาหาได้ แต่เขาไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะสนใจเรื่องแบบนั้น ... ขอให้ไม่เกิดปัญหาอะไรขึ้นก็แล้วกัน เพราะในตอนนี้สิ่งที่เขารู้สึกว่าจำเป็นมากกว่า คือการพาโชริออกมาจากโรงเรียน
ในเมื่อไม่ยอมเปิดปากบอกสักทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาเองก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะไปยุ่งวุ่นวายได้.. ก็ทำอะไรเท่าที่ตัวเองจะสามารถทำให้ได้แทน ...
เวลานี้เขาได้สั่งให้คนขับรถมุ่งหน้าไปยังร้านตัดผมร้านประจำของเขา
"แค่เครื่องรางไม่ต้องซีเรียสนักหรอกน่า" ห่วงจะหมดหล่อจากผมที่ไม่รู้จะตัดออกมาได้ทรงไหนดีกว่ามั้ย? จนถึงตอนนี้ร่างเล็กยังร้องไห้ไม่หยุด ในมือกำเครื่องรางเล็กๆที่เขาให้เอาไว้แน่น....... ให้ไปวันเดียวนี่ถึงกับเกิดเรื่องเลยสินะ
เครื่องรางนำโชค........ร้ายชัดๆ
"ฮ..มันเป็นของ ที่ รุ่นพี่ ให้นี่ฮะ" แล้ว?
ถ้าจะจบประโยคเพียงเท่านี้ เขาก็บ้าน่ะสิ .... คิดเข้าข้างตัวเองไปแล้วแบบทันทีทันใด ก่อนรวบเอาร่างเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมกอดแข็งแรง "เครื่องรางจะยังไงก็ช่าง ตัวนายสำคัญที่สุด ...'โชริ'.."
"เอ๋?"
.....................................
.....................
"เฮ้อ..........." พักกลางวันมาถึงเสียงถอนหายใจที่ได้ยินมาตลอดตั้งแต่ร่างโปร่งกลับมาจากห้องพยาบาล ก็ดูจะดังขึ้นเท่าตัว เคนโตะเอนกายพิงเก้าอี้ท่าทางลุกลี้ลุกลนเหมือนอยากจะทำอะไร แต่ไม่สามารถทำได้
"เป็นอะไร?" เสียงหวานของเพื่อนร่วมห้องดังทักขึ้น แต่เจ้าตัวคนทำบรรยากาศเสียก็ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวยังคงนั่งถอนหายใจทิ้งอยู่แบบนั้น
"เฮ้อ.."
"เคนโตะ? เป็นอะไร" ใบหน้าน่ารักเริ่มขยับเข้ามาใกล้ ริมฝีปากบางยื่นงอน อีกนิดเดียวเขาก็จะงับหูคนบ้าได้อยู่แล้วก็ยังไม่หันมาสนใจตอบคำถามสักที ร่างบางยกมือขึ้นกอดอกจ้องเขม็ง... รอจนเพื่อนตรงหน้าพ่นลมหายใจแรงออกมา
"เฮ้อ...."
....ป๊าบ!!!
ถึงจัดการตบหลังกว้างไปแรงๆหนึ่งทีให้หยุดอาการเหม่อ คนหน้าทิ่มไม่หลุดเสียงร้องออกมาแม้แต่นิดเดียว แต่สีหน้าของเขาดูเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด เหลือบมองคนน่ารักเห็นหน้างออยู่ยิ่งไม่กล้าโวยวายไปกันใหญ่
"ถอนหายใจแบบนั้นทางนี้ก็เครียดไปด้วยน่ะสิ" จากหน้าเง้างอเปลี่ยนเป็นแววตาแสดงความเป็นห่วง มือบางลูบบริเวณที่เขาตีเข้าไปเต็มแรงหวังจะช่วยบรรเทาความเจ็บ เคนโตะปั้นหน้ายิ้มบางๆก่อนจะลุกขึ้นยืนเอามือล้วงกระเป๋า
"ขอโทษทีครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ... จะไปตู้กดน้ำจะเอาอะไรมั้ย?" แกล้งใช้คำสุภาพแหย่ให้คนใจดีงอนอีกรอบ ยูโตะสั่นหัวก่อนเชิ่ดหน้าไปทางอื่น
"ไม่ล่ะขอบใจมาก"
............
"..." น่าเบื่อชะมัด... คิดถูกหรือคิดผิดที่จับเด็กนั่นแปลงโฉม ไม่ใช่แค่จัดการทรงผมให้เรียบร้อยแต่ยังให้เปลี่ยนจากแว่นเชยๆเป็นคอนแทคเลนส์... ไอน่ารักขึ้นมันแน่นอนอยู่แล้ว แต่ที่ทำให้วันนี้ไม่โผล่มาที่ห้องพยาบาล อย่าบอกนะว่าไม่โดนแกล้ง?
ไม่ว่าใครพอเจอกับใบหน้าน่ารักๆ ต่อให้ก่อนหน้านี้เคยทำอะไรเอาไว้ก็ลืมไปหมดสินะ
เจ้านั่นเองก็ด้วย... คงจะยกโทษให้เพื่อนได้ง่ายๆ .......
//ทั่ก ทั่ก ทั่ก
พลั่ก!!
ประโยคที่ดูเป็นไปไม่ได้ของร่างสูง... มันกลับน่าเชื่อด้วยความหนักแน่นในน้ำเสียง และฐานะของเขาที่ถึงจะไม่สามารถจัดการได้ด้วยกำลัง แต่เขามีสิทธิ์หลายๆอย่างในฐานะคณะกรรมการนักเรียนระดับมัธยมปลาย... ที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในที่นี่.. เพราะแผนกมหาวิทยาลัยจะแยกจากเด็กๆโดยสิ้นเชิง
"ผม...ทำเครื่องลาง..ฮึก..ขาด ขอโทษ ..ฮ. ..ฮะ"
"เงยหน้าขึ้นมาสิ" ได้ยินเสียงสะอื้นเคนโตะก็ใจเย็นลงมาก เขาดึงแขนเล็กออกจากเข่าแล้วจับใบหน้าที่ก้มอยู่ให้เงยขึ้น นัยน์ตาคมที่กลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย ...บนใบหน้าน่ารักไม่มีบาดแผลใด แต่อีกอย่างที่เขาได้เห็น
คือผมนุ่มที่มักจะยาวปิดหน้าปิดตาเสมอมันถูกตัดออกไปจนสั้น และดูไม่เป็นระเบียบ...ไม่ใช่การตัดที่ร้านอย่างแน่นอน
"ไฮ!! ท่านฟูมะมาแล้ว เอ๋??"
ทั้งห้องเงียบสงบไร้แววของเพื่อนที่ต้องอยู่ประจำก่อนหน้าเขา..... ไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่ไม่ว่าจะของใช้เล็กๆน้อยๆ .. เตียงทุกเตียงถูกเปิดให้เห็นว่ามันไม่ได้รับการใช้งาน
.... นอกจากเมื่อวานมันจะแอบงีบแล้ว... วันนี้มันยังโดดเวรด้วยสินะ
โอ้! ใครก็ได้บอกทีว่านั่นคือ นาคาจิม่า เคนโตะ เพื่อนผู้เคยเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วของเขา
..........
ต้องขอโทษฟูมะจริงๆที่เขาดอดออกมาก่อนเวลา.. แม้เพียง5นาทีก็อาจจะมีเด็กเจ็บป่วยเข้ามาหาได้ แต่เขาไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะสนใจเรื่องแบบนั้น ... ขอให้ไม่เกิดปัญหาอะไรขึ้นก็แล้วกัน เพราะในตอนนี้สิ่งที่เขารู้สึกว่าจำเป็นมากกว่า คือการพาโชริออกมาจากโรงเรียน
ในเมื่อไม่ยอมเปิดปากบอกสักทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาเองก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะไปยุ่งวุ่นวายได้.. ก็ทำอะไรเท่าที่ตัวเองจะสามารถทำให้ได้แทน ...
เวลานี้เขาได้สั่งให้คนขับรถมุ่งหน้าไปยังร้านตัดผมร้านประจำของเขา
"แค่เครื่องรางไม่ต้องซีเรียสนักหรอกน่า" ห่วงจะหมดหล่อจากผมที่ไม่รู้จะตัดออกมาได้ทรงไหนดีกว่ามั้ย? จนถึงตอนนี้ร่างเล็กยังร้องไห้ไม่หยุด ในมือกำเครื่องรางเล็กๆที่เขาให้เอาไว้แน่น....... ให้ไปวันเดียวนี่ถึงกับเกิดเรื่องเลยสินะ
เครื่องรางนำโชค........ร้ายชัดๆ
"ฮ..มันเป็นของ ที่ รุ่นพี่ ให้นี่ฮะ" แล้ว?
ถ้าจะจบประโยคเพียงเท่านี้ เขาก็บ้าน่ะสิ .... คิดเข้าข้างตัวเองไปแล้วแบบทันทีทันใด ก่อนรวบเอาร่างเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมกอดแข็งแรง "เครื่องรางจะยังไงก็ช่าง ตัวนายสำคัญที่สุด ...'โชริ'.."
"เอ๋?"
.....................................
.....................
"เฮ้อ..........." พักกลางวันมาถึงเสียงถอนหายใจที่ได้ยินมาตลอดตั้งแต่ร่างโปร่งกลับมาจากห้องพยาบาล ก็ดูจะดังขึ้นเท่าตัว เคนโตะเอนกายพิงเก้าอี้ท่าทางลุกลี้ลุกลนเหมือนอยากจะทำอะไร แต่ไม่สามารถทำได้
"เป็นอะไร?" เสียงหวานของเพื่อนร่วมห้องดังทักขึ้น แต่เจ้าตัวคนทำบรรยากาศเสียก็ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวยังคงนั่งถอนหายใจทิ้งอยู่แบบนั้น
"เฮ้อ.."
"เคนโตะ? เป็นอะไร" ใบหน้าน่ารักเริ่มขยับเข้ามาใกล้ ริมฝีปากบางยื่นงอน อีกนิดเดียวเขาก็จะงับหูคนบ้าได้อยู่แล้วก็ยังไม่หันมาสนใจตอบคำถามสักที ร่างบางยกมือขึ้นกอดอกจ้องเขม็ง... รอจนเพื่อนตรงหน้าพ่นลมหายใจแรงออกมา
"เฮ้อ...."
....ป๊าบ!!!
ถึงจัดการตบหลังกว้างไปแรงๆหนึ่งทีให้หยุดอาการเหม่อ คนหน้าทิ่มไม่หลุดเสียงร้องออกมาแม้แต่นิดเดียว แต่สีหน้าของเขาดูเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด เหลือบมองคนน่ารักเห็นหน้างออยู่ยิ่งไม่กล้าโวยวายไปกันใหญ่
"ถอนหายใจแบบนั้นทางนี้ก็เครียดไปด้วยน่ะสิ" จากหน้าเง้างอเปลี่ยนเป็นแววตาแสดงความเป็นห่วง มือบางลูบบริเวณที่เขาตีเข้าไปเต็มแรงหวังจะช่วยบรรเทาความเจ็บ เคนโตะปั้นหน้ายิ้มบางๆก่อนจะลุกขึ้นยืนเอามือล้วงกระเป๋า
"ขอโทษทีครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ... จะไปตู้กดน้ำจะเอาอะไรมั้ย?" แกล้งใช้คำสุภาพแหย่ให้คนใจดีงอนอีกรอบ ยูโตะสั่นหัวก่อนเชิ่ดหน้าไปทางอื่น
"ไม่ล่ะขอบใจมาก"
............
"..." น่าเบื่อชะมัด... คิดถูกหรือคิดผิดที่จับเด็กนั่นแปลงโฉม ไม่ใช่แค่จัดการทรงผมให้เรียบร้อยแต่ยังให้เปลี่ยนจากแว่นเชยๆเป็นคอนแทคเลนส์... ไอน่ารักขึ้นมันแน่นอนอยู่แล้ว แต่ที่ทำให้วันนี้ไม่โผล่มาที่ห้องพยาบาล อย่าบอกนะว่าไม่โดนแกล้ง?
ไม่ว่าใครพอเจอกับใบหน้าน่ารักๆ ต่อให้ก่อนหน้านี้เคยทำอะไรเอาไว้ก็ลืมไปหมดสินะ
เจ้านั่นเองก็ด้วย... คงจะยกโทษให้เพื่อนได้ง่ายๆ .......
//ทั่ก ทั่ก ทั่ก
พลั่ก!!
"อ๊ะ! ขอโทษฮะ" เสียงน่ารักมันคุ้นหูจนเผลอไปจับข้อมือบางเอาไว้ ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาก่อนจะแสดงอาการตกใจออกมา
"โชริ?" ทางนี้ก็ตกใจแต่ต้องพยายามเก็บอาการ... ไม่เชิงว่าตกใจถึงทำหน้าเข้ม ต้องเรียกว่าดีใจจนมือไม้สั่นมากกว่า จากตกใจเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าถอดสีดูกังวลกับอะไรบางอย่าง โชริยังไม่เปิดปากพูดสักคำทำให้อีกคนต้องเอ่ยต่อด้วยไม่อยากให้ความเงียบเข้าปกคลุม จนทำให้เด็กน้อยได้ยินเสียงหัวใจของเขา
"วิ่งหนีอะไรมา?"
"อ้ายยยยยยยยยย! ซาโต้คุงอยู่ตรงนั้น"
ยังไม่ได้รับคำตอบจากคนตัวเล็ก ก็เข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาเพราะเสียงกรี้ดดังลั่น ไม่มีที่ให้หลบซ่อนแล้วยิ่งหลุบตามองเด็กที่หอบหายใจอยู่เขายิ่งไม่อยากจะให้โชริวิ่งต่ออีกแล้ว ตัดสินใจกอดเด็กตรงหน้าเอาไว้ ฝีเท้าหลายคู่หยุดลง
นัยน์ตาคู่สวยมองเด็กนักเรียนมัธยมต้นทั้งชายหญิงจำนวนมาก.... เผลอกระชับอ้อมกอดของตน
"เจ้านี่เป็นของฉัน...."
และพูดประโยคที่อันตรายต่อชีวิตมากที่สุดออกมา
"ร...รุ่นพี่?"
"โชริ?" ทางนี้ก็ตกใจแต่ต้องพยายามเก็บอาการ... ไม่เชิงว่าตกใจถึงทำหน้าเข้ม ต้องเรียกว่าดีใจจนมือไม้สั่นมากกว่า จากตกใจเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าถอดสีดูกังวลกับอะไรบางอย่าง โชริยังไม่เปิดปากพูดสักคำทำให้อีกคนต้องเอ่ยต่อด้วยไม่อยากให้ความเงียบเข้าปกคลุม จนทำให้เด็กน้อยได้ยินเสียงหัวใจของเขา
"วิ่งหนีอะไรมา?"
"อ้ายยยยยยยยยย! ซาโต้คุงอยู่ตรงนั้น"
ยังไม่ได้รับคำตอบจากคนตัวเล็ก ก็เข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาเพราะเสียงกรี้ดดังลั่น ไม่มีที่ให้หลบซ่อนแล้วยิ่งหลุบตามองเด็กที่หอบหายใจอยู่เขายิ่งไม่อยากจะให้โชริวิ่งต่ออีกแล้ว ตัดสินใจกอดเด็กตรงหน้าเอาไว้ ฝีเท้าหลายคู่หยุดลง
นัยน์ตาคู่สวยมองเด็กนักเรียนมัธยมต้นทั้งชายหญิงจำนวนมาก.... เผลอกระชับอ้อมกอดของตน
"เจ้านี่เป็นของฉัน...."
และพูดประโยคที่อันตรายต่อชีวิตมากที่สุดออกมา
"ร...รุ่นพี่?"
......................
"จะเงียบอีกนานมั้ย?" ... อุตส่าห์หลุดจากพวกบ้าที่วิ่งตามจนไม่เป็นอันกินข้าวกลางวันด้วยกันทั้งคู่ ตอนนี้พวกเขามานั่งอยู่ที่ริมลำธารเล็กๆซึ่งใช้เวลาเดินจากโรงเรียนมาถึงที่นี่ประมาณ 15นาที .... ตลอดระยะเวลานั้นมาจนถึงตอนนี้ ร่างบางยังไม่เปิดปากพูดสักประโยค เอาแต่เดินตามมาเงียบๆ....... ยังอุตส่าห์มีกะจิตกะใจจะเดินตามมา แต่กลับทำให้บรรยากาศแย่ยิ่งกว่าอยู่คนเดียว
"แล้วรุ่นพี่จะให้พูดอะไรล่ะฮะ" ไม่รู้จริงๆ ไม่ได้แกล้งซื่อ คนมันไม่มีเรื่องจะพูดถึงได้เงียบ ถ้ามีก็คงชวนคุยไปตั้งนานแล้ว... เคนโตะละจากการโยนหินก้อนเล็กลงธารน้ำหันมาหาเด็กข้างกาย โชริกำลังเหม่อมองออกไปไกล ดูไม่ออกว่านัยน์ตานั่นกำลังจับจ้องอะไรอยู่... ผมสั้นทำให้เห็นใบหน้าใสชัดเจนจริงๆ แก้มนวลสีชมพูอ่อน แพขนตาหนายาว ดวงตากลมโต.. จมูกโด่ง กลีบปากบาง 'สวย'
รีบเลี่ยงสายตาไปมองทางอื่นก่อนที่เขาจะคิดฟุ้งซ่านและเผลอทำอะไรแปลกๆ
"อะไรก็พูดๆมาเหอะฉันไม่ชอบความเงียบ" พร้อมเอ่ยประโยคด้วยน้ำเสียงปัดๆเต็มที โชริขยับตัวนั่งท่าเทพธิดาหันเข้ามาหารุ่นพี่ที่นั่งเบื่ออยู่ใกล้ๆ ก่อนจะถามออกมา ".......เราจะไม่กลับไปเรียนคาบบ่ายกันเหรอฮะ"
"..คิดว่ากลับไปจะได้เข้าห้องเรียนหรือห้องพักครูล่ะ" ไม่ต้องคิดให้นานก็รู้คำตอบอยู่ในใจแล้ว.. ความผิดซ้ำซ้อนขนาดนี้ป่านนี้คงรายงานไปถึงที่บ้านแล้วล่ะมั้ง
แล้วยังไง? ....... จะให้ออกจากโรงเรียนทั้งๆที่คนหนึ่งกำลังเรียนมัธยมปลายปีสุดท้าย อีกคนก็มัธยมต้นปีสุดท้าย...... กฎบ้าๆแบบนั้นมันต้องถูกแหกเข้าสักวันอยู่แล้ว...
คณะกรรมการนักเรียนก็มีหัวใจนะเว้ย!! ไม่สิ.. จริงๆก็ห้ามแค่ความสัมพันธ์กับคนใน
เรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะเขา.. เขาผิดเพียงคนเดียว
"ถ้าแค่บอกคุณครูว่าเหตุการณ์เป็นยังไง ... ที่พูดออกไปก็เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ล่ะก็คุณครูน่าจะเข้าใจนะฮะ" แว่วเสียงหัวเราะขึ้นจมูกของรุ่นพี่ที่ไม่ยอมหันหน้ามาคุยกันดีๆ พาลทำให้คนพูดประโยคยาวเริ่มเม้มปาก คิ้วขมวดมุ่น.. พอไม่พูดก็ว่า พอพูดก็ถูกหัวเราะแบบนี้ ไม่เข้าใจรุ่นพี่เลย
"หืม?.......... ฉันน่ะเหรอพูดแก้สถานการณ์ให้นาย เฮอะ ฉันไม่ใจดีขนาดจะพูดเรื่องพรรค์นั้นเพื่อช่วยเหลือใครหรอก"
"เอ๋?" คนตัวเล็กเผลอหลุดเสียงแสดงความสงสัยออกมา คิ้วที่ขมวดอยู่ยิ่งย่นชิดมากขึ้น
ร่างสูงหมุนตัวนั่งหันหน้าเข้าหา สบนัยน์ตาของเขาเข้ากับดวงตาเด็กตรงหน้าแล้วค่อยๆหรี่มันเล็กลง
"กฎบ้าๆพวกนั้นบังคับจิตใจฉันไม่ได้.. ไม่สิ.......รวมทั้งตัวฉันก็จะทำตามที่ใจตัวเองต้องการเช่นกัน ถ้ากลัวก็รีบๆวิ่งกลับโรงเรียนไปซะตอนนี้"
มองหน้ากันอยู่กว่านาที ก่อนที่เคนโตะจะพ่นลมหายใจออกเสียงดังพร้อมหยักยิ้มมุมปากแล้วหันหน้ากลับไปมองลำธาร มือนุ่มคว้าเอาก้อนหินขนาดใหญ่กว่าก้อนอื่นๆก่อนหน้ามากำไว้แล้วยกมือขึ้น ....
//หมับ!
ยังไม่ทันจะได้ปาหินไปก็ถูกสวมกอดจากทางด้านข้างเสียก่อน โชริซุกหน้าเข้ากับต้นแขนแกร่ง มือผอมวาดโอบรอบร่างสูงแน่น "รุ่นพี่ช่วยผม.. ผมจะไม่ทิ้งรุ่นพี่..."
คนถูกกอดจ้องมองเด็กที่พูดไปไม่เงยหน้า ทั้งประโยคและน้ำเสียงน่ารักๆมันควรจะทำให้เขารู้สึกดี.. ยิ่งออกมาจากปากคนที่ตัวเองชอบ แต่ตอนนี้เขากลับไม่รู้สึกใจเต้น ตรงกันข้ามมันเกิดความหงุดหงิด จนเผลอปาหินในมือออกไปแล้วใช้มือข้างนั้นดึงร่างเล็กออกจากแขน
"ฉันไม่ได้คิดว่ามันเป็นบุญคุณอะไร" พูดอะไรออกไปตั้งเยอะแยะถ้าเป็นคนปกติน่าจะเข้าใจความรู้สึกของเขาไปแล้ว แต่เด็กนี่ยังไม่มีความรู้สึก.. ที่ไม่เข้าใจอาจจะสื่อได้ว่าทางนั้นไม่ได้มีความรู้สึกเดียวกัน และเขาก็ไม่อยากจะตัดอนาคตร่างเล็ก
โชริลูบแขนที่ถูกจับก่อนจะโดนผลักออกห่าง ขยับตัวนั่งหลังตรงพลางสั่นหัวไปมา "ถ้าจะกลับต้องกลับไปด้วยกัน ... แล้วก็ไปบอกคุณครูว่ามันเป็นการข....อ๊ะ! รุ่นพี่..อ!! โอ้ย!"
"หยะ..." ถูกดึงเข้ามาอยู่ใต้ร่างสูงอย่างรวดเร็ว และตามมาด้วยใบหน้าหล่อที่เคลื่อนเข้าไปพรมจูบ ขบเม้มบริเวณต้นคอ ก่อนจะเริ่มดึงชายเสื้อเชิ้ตแล้วสอดมือเข้าไปลูบไล้ผิวเนียน ร่างเล็กดิ้นสุดแรงแต่ด้วยขนาดตัวที่ต่างกันมาก เขาไม่ทำให้อีกฝ่ายกระเทือนเลยแม้แต่น้อย .. จะส่งเสียงร้องก็กลัวว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ... ไม่อยากให้มีปัญหา กับตัวเขายังไม่เท่าไหร่แต่เคนโตะกำลังจะจบมัธยมปลาย
.. ไม่อยากให้รุ่นพี่รับโทษทั้งๆที่ตัวเขาเป็นคนก่อเรื่อง เคนโตะคอยช่วยเหลือเขาเสมอ..เป็นคนทำแผลให้ทุกครั้งที่ถูกรังแก รวมถึงวันนี้ก็ช่วยไล่พวกที่วิ่งตามมา.. ถ้าไม่ได้ผู้ชายคนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะถูกทำอะไรเหมือนกัน
............... ปิ๊ป... ปิ๊ป.. ปิ๊ป
แรงสั่นในกระเป๋ากางเกงก่อนที่จะมีเสียงข้อความเข้า เรียกให้คนที่ดูเหมือนขาดสติรู้สึกตัว เขาลุกขึ้นแล้วขยับออกห่างจากเด็กที่นอนอยู่ เดินไปเปิดอ่านข้อความ
__________________
จาก :: โคจิ ยูโกะ
-'ครูใหญ่มาหา ห้องกำลังจะแตก แต่นายไม่ต้องกลับมา..เดี๋ยวเอากระเป๋าไปให้หลังเลิกเรียน'-
__________________
พอจะนึกสภาพห้องเรียนของเขาออก.. ทุกคนคงกำลังรับหน้าและอาจจะชวนเปลี่ยนเรื่องจากเรื่องเขา ไปเรื่องอื่นๆ.. จะปล่อยให้เพื่อนช่วยกันเบือนความสนใจโดยที่ตัวเขามารับลมอยู่ตรงนี้น่ะเหรอ
เหลียวกลับไปมองด้านหลังก็เห็นเด็กที่มาด้วยกันนั่งก้มหน้า มือบางกำลังติดกระดุมเสื้อแต่เพราะตัวสั่นไปทั้งร่างเลยทำให้ติดไม่เข้าที่สักที ... "บ้าชะมัด" ถ้ายูโกะไม่ส่งเมล์เข้ามาเขาจะทำอะไรลงไปบ้าง
"ฉันต้องกลับโรงเรียนตอนนี้" เดินเข้ามาหยุดยืนหน้าคนที่ยังจัดการเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย ใบหน้าสวยหวานเงยขึ้นมามองคนที่พูดกับเขา ซึ่งมันทำให้ร่างสูงผงะแทบจะถอยตกน้ำ
ใครจะไปคิดว่าไอที่นั่งเงียบเป็นเป่าสากอยู่นี่ ใบหน้าจะอาบไปด้วยหยาดน้ำตาที่ดูเจ้าตัวยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าร้องไห้ออกมามากแค่ไหน เคนโตะหันหนีไปด้านอื่นเพื่อถอนหายใจแล้วจึงย่อตัวลงดึงโชริให้ลุกขึ้นยืน
ยืนตรงได้ก็รีบช่วยติดกระดุมจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย รอร่างเล็กใส่เสื้อเข้าข้างในกางเกงเสร็จ มือใหญ่ก็คว้าข้อมือบางพาเดินขึ้นไปบนถนน แต่ยิ่งเดินก็ยิ่งรู้สึกว่าคนด้านหลังขืนรั้งร่างของตัวเอง ทำให้เขาเดินช้าลงไปด้วย
"เดินเร็วๆไม่เป็นรึไง" ไม่ได้ตั้งใจจะใช้น้ำเสียงแย่ๆ แต่พอเห็นริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันนัยน์ตาที่เกือบจะแห้งแล้วเป็นประกายใสขึ้นมาอีกก็เริ่มรู้สึกผิด ในเวลาเดียวกันนั้นเองที่สายตาของเขาไปสะดุดกับคราบสีแดงที่กางเกงตัวเล็ก....... ทั้งๆที่ไม่มีรอยฉีกขาด มันคงเกิดขึ้นตอนที่ถูกเขาฉุดลาก
โชริที่ยังไม่รู้ตัวว่าถูกเห็นรอยเลือดแล้ว กลั้นใจก้าวขาเร็วๆจนมาหยุดอยู่ข้างรุ่นพี่ เขารีบส่งยิ้มกว้างให้ "ขอโทษฮะ...."
"ขึ้นมา.. ฉันไม่อยากเสียเวลา" ลงไปนั่งแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง โชริกะพริบตามองแผ่นหลังกว้าง ที่แก้มใสระบายสีแดงอ่อนๆ "เร็ว!"
ไม่ให้ใช้เวลาคิดนานก็เร่งขึ้นมาอีกครั้ง คนขาเจ็บค่อยๆโน้มตัวลงไปจับบ่าหนา แล้วขยับขี่หลังอีกฝ่ายอย่างทุลักทุเล จัดท่าเรียบร้อยร่างสูงจึงลุกขึ้นยืน
".......นี่นาย"
"น..หนักเหรอฮะ"
"หนักกะผีน่ะสิ!! อุ้มหมายังรู้สึกมากกว่านี้ซะอีก.. ฉันคิดว่าคงต้องทำตารางอาหารให้นายแล้วล่ะ"
.......
เดินกลับมาที่ตึกเรียนของเขาพร้อมทั้งหอบหิ้วโชริมาด้วยกัน .. อันที่จริงเขาปล่อยให้ร่างเล็กลงเดินตั้งแต่หน้าโรงเรียนแล้ว และบอกให้กลับไปที่ห้องของตัวเองแต่เจ้าตัวรั้นที่จะไปด้วย
โชคดีหน่อยที่เวลานี้เป็นเวลาเรียน ทุกคนอยู่ในห้องเรียนจึงไม่ถูกสายตาใครเพ่งเล็ง
จนกระทั่งเดินมาถึงหน้าห้อง
"แล้วก็น่ะฮะ.. บางคนนี่จะสนิทกันอยู่แล้ว เป็นแผลได้เกือบทุกวันเลย" เสียงใสเอ่ยเล่าเรื่องของตัวเองได้อย่างดูเหมือนน่าสนใจเต็มที่แบบนี้จะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก เพื่อนที่เป็นเวรห้องพยาบาลในช่วงเข้าชมรม.. ซึ่งเป็นช่วงที่ห้องพยาบาลมีคนเข้าออกมากที่สุด ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะเจ็บป่วยอะไรกันนักกันหนา
ที่บอกว่าไม่เข้าใจ จริงๆแล้วเป็นแค่คำเปรียบเปรย.. ที่ทุกคนแห่กันป่วยเป็นเวลาขนาดนั้น มันก็เหตุผลเดียวกับที่เขานั่งมองนาฬิการอร่างบางเข้ามาในห้องพยาบาลนั่นแหละ เพียงแต่ของเพื่อนเขามันเป็นคนเจ็บอยากเห็นหน้าคนพยาบาล
"จะเงียบอีกนานมั้ย?" ... อุตส่าห์หลุดจากพวกบ้าที่วิ่งตามจนไม่เป็นอันกินข้าวกลางวันด้วยกันทั้งคู่ ตอนนี้พวกเขามานั่งอยู่ที่ริมลำธารเล็กๆซึ่งใช้เวลาเดินจากโรงเรียนมาถึงที่นี่ประมาณ 15นาที .... ตลอดระยะเวลานั้นมาจนถึงตอนนี้ ร่างบางยังไม่เปิดปากพูดสักประโยค เอาแต่เดินตามมาเงียบๆ....... ยังอุตส่าห์มีกะจิตกะใจจะเดินตามมา แต่กลับทำให้บรรยากาศแย่ยิ่งกว่าอยู่คนเดียว
"แล้วรุ่นพี่จะให้พูดอะไรล่ะฮะ" ไม่รู้จริงๆ ไม่ได้แกล้งซื่อ คนมันไม่มีเรื่องจะพูดถึงได้เงียบ ถ้ามีก็คงชวนคุยไปตั้งนานแล้ว... เคนโตะละจากการโยนหินก้อนเล็กลงธารน้ำหันมาหาเด็กข้างกาย โชริกำลังเหม่อมองออกไปไกล ดูไม่ออกว่านัยน์ตานั่นกำลังจับจ้องอะไรอยู่... ผมสั้นทำให้เห็นใบหน้าใสชัดเจนจริงๆ แก้มนวลสีชมพูอ่อน แพขนตาหนายาว ดวงตากลมโต.. จมูกโด่ง กลีบปากบาง 'สวย'
รีบเลี่ยงสายตาไปมองทางอื่นก่อนที่เขาจะคิดฟุ้งซ่านและเผลอทำอะไรแปลกๆ
"อะไรก็พูดๆมาเหอะฉันไม่ชอบความเงียบ" พร้อมเอ่ยประโยคด้วยน้ำเสียงปัดๆเต็มที โชริขยับตัวนั่งท่าเทพธิดาหันเข้ามาหารุ่นพี่ที่นั่งเบื่ออยู่ใกล้ๆ ก่อนจะถามออกมา ".......เราจะไม่กลับไปเรียนคาบบ่ายกันเหรอฮะ"
"..คิดว่ากลับไปจะได้เข้าห้องเรียนหรือห้องพักครูล่ะ" ไม่ต้องคิดให้นานก็รู้คำตอบอยู่ในใจแล้ว.. ความผิดซ้ำซ้อนขนาดนี้ป่านนี้คงรายงานไปถึงที่บ้านแล้วล่ะมั้ง
แล้วยังไง? ....... จะให้ออกจากโรงเรียนทั้งๆที่คนหนึ่งกำลังเรียนมัธยมปลายปีสุดท้าย อีกคนก็มัธยมต้นปีสุดท้าย...... กฎบ้าๆแบบนั้นมันต้องถูกแหกเข้าสักวันอยู่แล้ว...
คณะกรรมการนักเรียนก็มีหัวใจนะเว้ย!! ไม่สิ.. จริงๆก็ห้ามแค่ความสัมพันธ์กับคนใน
เรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะเขา.. เขาผิดเพียงคนเดียว
"ถ้าแค่บอกคุณครูว่าเหตุการณ์เป็นยังไง ... ที่พูดออกไปก็เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ล่ะก็คุณครูน่าจะเข้าใจนะฮะ" แว่วเสียงหัวเราะขึ้นจมูกของรุ่นพี่ที่ไม่ยอมหันหน้ามาคุยกันดีๆ พาลทำให้คนพูดประโยคยาวเริ่มเม้มปาก คิ้วขมวดมุ่น.. พอไม่พูดก็ว่า พอพูดก็ถูกหัวเราะแบบนี้ ไม่เข้าใจรุ่นพี่เลย
"หืม?.......... ฉันน่ะเหรอพูดแก้สถานการณ์ให้นาย เฮอะ ฉันไม่ใจดีขนาดจะพูดเรื่องพรรค์นั้นเพื่อช่วยเหลือใครหรอก"
"เอ๋?" คนตัวเล็กเผลอหลุดเสียงแสดงความสงสัยออกมา คิ้วที่ขมวดอยู่ยิ่งย่นชิดมากขึ้น
ร่างสูงหมุนตัวนั่งหันหน้าเข้าหา สบนัยน์ตาของเขาเข้ากับดวงตาเด็กตรงหน้าแล้วค่อยๆหรี่มันเล็กลง
"กฎบ้าๆพวกนั้นบังคับจิตใจฉันไม่ได้.. ไม่สิ.......รวมทั้งตัวฉันก็จะทำตามที่ใจตัวเองต้องการเช่นกัน ถ้ากลัวก็รีบๆวิ่งกลับโรงเรียนไปซะตอนนี้"
มองหน้ากันอยู่กว่านาที ก่อนที่เคนโตะจะพ่นลมหายใจออกเสียงดังพร้อมหยักยิ้มมุมปากแล้วหันหน้ากลับไปมองลำธาร มือนุ่มคว้าเอาก้อนหินขนาดใหญ่กว่าก้อนอื่นๆก่อนหน้ามากำไว้แล้วยกมือขึ้น ....
//หมับ!
ยังไม่ทันจะได้ปาหินไปก็ถูกสวมกอดจากทางด้านข้างเสียก่อน โชริซุกหน้าเข้ากับต้นแขนแกร่ง มือผอมวาดโอบรอบร่างสูงแน่น "รุ่นพี่ช่วยผม.. ผมจะไม่ทิ้งรุ่นพี่..."
คนถูกกอดจ้องมองเด็กที่พูดไปไม่เงยหน้า ทั้งประโยคและน้ำเสียงน่ารักๆมันควรจะทำให้เขารู้สึกดี.. ยิ่งออกมาจากปากคนที่ตัวเองชอบ แต่ตอนนี้เขากลับไม่รู้สึกใจเต้น ตรงกันข้ามมันเกิดความหงุดหงิด จนเผลอปาหินในมือออกไปแล้วใช้มือข้างนั้นดึงร่างเล็กออกจากแขน
"ฉันไม่ได้คิดว่ามันเป็นบุญคุณอะไร" พูดอะไรออกไปตั้งเยอะแยะถ้าเป็นคนปกติน่าจะเข้าใจความรู้สึกของเขาไปแล้ว แต่เด็กนี่ยังไม่มีความรู้สึก.. ที่ไม่เข้าใจอาจจะสื่อได้ว่าทางนั้นไม่ได้มีความรู้สึกเดียวกัน และเขาก็ไม่อยากจะตัดอนาคตร่างเล็ก
โชริลูบแขนที่ถูกจับก่อนจะโดนผลักออกห่าง ขยับตัวนั่งหลังตรงพลางสั่นหัวไปมา "ถ้าจะกลับต้องกลับไปด้วยกัน ... แล้วก็ไปบอกคุณครูว่ามันเป็นการข....อ๊ะ! รุ่นพี่..อ!! โอ้ย!"
"หยะ..." ถูกดึงเข้ามาอยู่ใต้ร่างสูงอย่างรวดเร็ว และตามมาด้วยใบหน้าหล่อที่เคลื่อนเข้าไปพรมจูบ ขบเม้มบริเวณต้นคอ ก่อนจะเริ่มดึงชายเสื้อเชิ้ตแล้วสอดมือเข้าไปลูบไล้ผิวเนียน ร่างเล็กดิ้นสุดแรงแต่ด้วยขนาดตัวที่ต่างกันมาก เขาไม่ทำให้อีกฝ่ายกระเทือนเลยแม้แต่น้อย .. จะส่งเสียงร้องก็กลัวว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ... ไม่อยากให้มีปัญหา กับตัวเขายังไม่เท่าไหร่แต่เคนโตะกำลังจะจบมัธยมปลาย
.. ไม่อยากให้รุ่นพี่รับโทษทั้งๆที่ตัวเขาเป็นคนก่อเรื่อง เคนโตะคอยช่วยเหลือเขาเสมอ..เป็นคนทำแผลให้ทุกครั้งที่ถูกรังแก รวมถึงวันนี้ก็ช่วยไล่พวกที่วิ่งตามมา.. ถ้าไม่ได้ผู้ชายคนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะถูกทำอะไรเหมือนกัน
............... ปิ๊ป... ปิ๊ป.. ปิ๊ป
แรงสั่นในกระเป๋ากางเกงก่อนที่จะมีเสียงข้อความเข้า เรียกให้คนที่ดูเหมือนขาดสติรู้สึกตัว เขาลุกขึ้นแล้วขยับออกห่างจากเด็กที่นอนอยู่ เดินไปเปิดอ่านข้อความ
__________________
จาก :: โคจิ ยูโกะ
-'ครูใหญ่มาหา ห้องกำลังจะแตก แต่นายไม่ต้องกลับมา..เดี๋ยวเอากระเป๋าไปให้หลังเลิกเรียน'-
__________________
พอจะนึกสภาพห้องเรียนของเขาออก.. ทุกคนคงกำลังรับหน้าและอาจจะชวนเปลี่ยนเรื่องจากเรื่องเขา ไปเรื่องอื่นๆ.. จะปล่อยให้เพื่อนช่วยกันเบือนความสนใจโดยที่ตัวเขามารับลมอยู่ตรงนี้น่ะเหรอ
เหลียวกลับไปมองด้านหลังก็เห็นเด็กที่มาด้วยกันนั่งก้มหน้า มือบางกำลังติดกระดุมเสื้อแต่เพราะตัวสั่นไปทั้งร่างเลยทำให้ติดไม่เข้าที่สักที ... "บ้าชะมัด" ถ้ายูโกะไม่ส่งเมล์เข้ามาเขาจะทำอะไรลงไปบ้าง
"ฉันต้องกลับโรงเรียนตอนนี้" เดินเข้ามาหยุดยืนหน้าคนที่ยังจัดการเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย ใบหน้าสวยหวานเงยขึ้นมามองคนที่พูดกับเขา ซึ่งมันทำให้ร่างสูงผงะแทบจะถอยตกน้ำ
ใครจะไปคิดว่าไอที่นั่งเงียบเป็นเป่าสากอยู่นี่ ใบหน้าจะอาบไปด้วยหยาดน้ำตาที่ดูเจ้าตัวยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าร้องไห้ออกมามากแค่ไหน เคนโตะหันหนีไปด้านอื่นเพื่อถอนหายใจแล้วจึงย่อตัวลงดึงโชริให้ลุกขึ้นยืน
ยืนตรงได้ก็รีบช่วยติดกระดุมจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย รอร่างเล็กใส่เสื้อเข้าข้างในกางเกงเสร็จ มือใหญ่ก็คว้าข้อมือบางพาเดินขึ้นไปบนถนน แต่ยิ่งเดินก็ยิ่งรู้สึกว่าคนด้านหลังขืนรั้งร่างของตัวเอง ทำให้เขาเดินช้าลงไปด้วย
"เดินเร็วๆไม่เป็นรึไง" ไม่ได้ตั้งใจจะใช้น้ำเสียงแย่ๆ แต่พอเห็นริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันนัยน์ตาที่เกือบจะแห้งแล้วเป็นประกายใสขึ้นมาอีกก็เริ่มรู้สึกผิด ในเวลาเดียวกันนั้นเองที่สายตาของเขาไปสะดุดกับคราบสีแดงที่กางเกงตัวเล็ก....... ทั้งๆที่ไม่มีรอยฉีกขาด มันคงเกิดขึ้นตอนที่ถูกเขาฉุดลาก
โชริที่ยังไม่รู้ตัวว่าถูกเห็นรอยเลือดแล้ว กลั้นใจก้าวขาเร็วๆจนมาหยุดอยู่ข้างรุ่นพี่ เขารีบส่งยิ้มกว้างให้ "ขอโทษฮะ...."
"ขึ้นมา.. ฉันไม่อยากเสียเวลา" ลงไปนั่งแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง โชริกะพริบตามองแผ่นหลังกว้าง ที่แก้มใสระบายสีแดงอ่อนๆ "เร็ว!"
ไม่ให้ใช้เวลาคิดนานก็เร่งขึ้นมาอีกครั้ง คนขาเจ็บค่อยๆโน้มตัวลงไปจับบ่าหนา แล้วขยับขี่หลังอีกฝ่ายอย่างทุลักทุเล จัดท่าเรียบร้อยร่างสูงจึงลุกขึ้นยืน
".......นี่นาย"
"น..หนักเหรอฮะ"
"หนักกะผีน่ะสิ!! อุ้มหมายังรู้สึกมากกว่านี้ซะอีก.. ฉันคิดว่าคงต้องทำตารางอาหารให้นายแล้วล่ะ"
.......
เดินกลับมาที่ตึกเรียนของเขาพร้อมทั้งหอบหิ้วโชริมาด้วยกัน .. อันที่จริงเขาปล่อยให้ร่างเล็กลงเดินตั้งแต่หน้าโรงเรียนแล้ว และบอกให้กลับไปที่ห้องของตัวเองแต่เจ้าตัวรั้นที่จะไปด้วย
โชคดีหน่อยที่เวลานี้เป็นเวลาเรียน ทุกคนอยู่ในห้องเรียนจึงไม่ถูกสายตาใครเพ่งเล็ง
จนกระทั่งเดินมาถึงหน้าห้อง
"แล้วก็น่ะฮะ.. บางคนนี่จะสนิทกันอยู่แล้ว เป็นแผลได้เกือบทุกวันเลย" เสียงใสเอ่ยเล่าเรื่องของตัวเองได้อย่างดูเหมือนน่าสนใจเต็มที่แบบนี้จะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก เพื่อนที่เป็นเวรห้องพยาบาลในช่วงเข้าชมรม.. ซึ่งเป็นช่วงที่ห้องพยาบาลมีคนเข้าออกมากที่สุด ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะเจ็บป่วยอะไรกันนักกันหนา
ที่บอกว่าไม่เข้าใจ จริงๆแล้วเป็นแค่คำเปรียบเปรย.. ที่ทุกคนแห่กันป่วยเป็นเวลาขนาดนั้น มันก็เหตุผลเดียวกับที่เขานั่งมองนาฬิการอร่างบางเข้ามาในห้องพยาบาลนั่นแหละ เพียงแต่ของเพื่อนเขามันเป็นคนเจ็บอยากเห็นหน้าคนพยาบาล
//ครืด!!
"เคนโตะ?" เสียงแสดงความตกใจดังเข้าไปถึงหูครูใหญ่ที่นั่งฟังเรื่องเล่าอยู่ เขายังเป็นชายหนุ่มวัยเพียงแค่สามสิบต้นๆเท่านั้น เคนโตะเม้มปากแน่นสูดลมหายใจเข้าลึกมองตอบสายตาเฉียบคม
"ซาโต้ โชริ" ชื่อคนที่ถูกเอ่ยออกมาก่อนไม่ใช่คนที่คิดว่าน่าจะโดนหนักกว่า แต่หากเป็นชื่อเด็กมัธยมต้นคนเดียวบนตึก โชริเหลือบมองรุ่นพี่ข้างๆเขาก่อนหันมาเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงเรียบเย็น
"เข้ามาใกล้ๆฉัน" โชริเดินก้าวช้าๆเข้าไปตามคำสั่งจนไปหยุดอยู่หน้า ทันใดนั้นมือหนาก็ยื่นมาจับที่ลำคอของเขา
"นี่นายทำเหรอ" หันไปถามเด็กที่ยืนอยู่ใกล้ประตู โชริหน้าเสียไปก่อนแต่คนถูกถามยังไม่แสดงอาการตกใจ เขาค้อมศีรษะอย่างนอบน้อมก่อนเอ่ยตอบด้วยความสุภาพ
"ใช่ครับ" คำตอบเรียกใบหน้าแสดงความเข้าใจ คนอาวุโสเบนความสนใจกลับมาที่เด็กมัธยมต้น พิศมองใบหน้าใสชัดๆอยู่นานสองนานกว่าจะเปิดปาก
"เคนโตะ?" เสียงแสดงความตกใจดังเข้าไปถึงหูครูใหญ่ที่นั่งฟังเรื่องเล่าอยู่ เขายังเป็นชายหนุ่มวัยเพียงแค่สามสิบต้นๆเท่านั้น เคนโตะเม้มปากแน่นสูดลมหายใจเข้าลึกมองตอบสายตาเฉียบคม
"ซาโต้ โชริ" ชื่อคนที่ถูกเอ่ยออกมาก่อนไม่ใช่คนที่คิดว่าน่าจะโดนหนักกว่า แต่หากเป็นชื่อเด็กมัธยมต้นคนเดียวบนตึก โชริเหลือบมองรุ่นพี่ข้างๆเขาก่อนหันมาเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงเรียบเย็น
"เข้ามาใกล้ๆฉัน" โชริเดินก้าวช้าๆเข้าไปตามคำสั่งจนไปหยุดอยู่หน้า ทันใดนั้นมือหนาก็ยื่นมาจับที่ลำคอของเขา
"นี่นายทำเหรอ" หันไปถามเด็กที่ยืนอยู่ใกล้ประตู โชริหน้าเสียไปก่อนแต่คนถูกถามยังไม่แสดงอาการตกใจ เขาค้อมศีรษะอย่างนอบน้อมก่อนเอ่ยตอบด้วยความสุภาพ
"ใช่ครับ" คำตอบเรียกใบหน้าแสดงความเข้าใจ คนอาวุโสเบนความสนใจกลับมาที่เด็กมัธยมต้น พิศมองใบหน้าใสชัดๆอยู่นานสองนานกว่าจะเปิดปาก
"ปีหน้าก็จะเรียนต่อที่นี่ด้วยรึเปล่า?"
"ฮะ..แต่ว่า..." ไม่เคยคิดว่าจะต้องย้ายออกไปเรียนที่อื่น.. จนกระทั่งเกิดเรื่องวันนี้ก็เริ่มทำใจเอาไว้แล้ว อะไรจะเกิดก็เกิดแต่ขอให้เกิดกับเขาคนเดียวก็พอ..
แว่วเสียงอืมจากปากคนถาม เขาก้มหน้าลงหยิบปากกาออกมาจดอะไรยุกยิกลงบนสมุดโน้ตเล่มเล็ก
"ฉันจะใส่ชื่อซาโต้ โชริ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการนักเรียนปีหน้า" คิดเองตัดสินใจเองเสร็จสรรพ ไม่สนใจเสียงตกใจจากเด็กที่มีชื่อในประโยค ร่างเล็กมีท่าทีลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด
"โรงเรียนเรามีกฎห้ามนักเรียนมหาวิทยาลัยเข้ามาในเขตของเด็กมัธยม.. เพราะงั้นปีหน้า พวกเธอคนไหนที่เรียนจบไปก็ห้ามเข้ามาในพื้นที่นี้.......โดยไม่มีข้อแม้" กวาดสายตามองไปทั่วทั้งห้อง ยิ่งพวกที่เรียนมัธยมปีสุดท้ายยิ่งถูกจ้องมองนานเป็นพิเศษ พวกเด็กๆก็ทำได้เพียงพยักหน้าและเอ่ยตอบรับแข็งขัน
"แล้วฉันจะส่งคุณซาโต้ไปประจำอยู่ที่แผนกห้องสมุดมหาวิทยาลัย"
"หา?" คราวนี้เป็นเสียงจากเด็กที่กำลังจะถูกลืมให้ยืนอยู่โดดเดี่ยว นัยน์ตาคมเฉี่ยวตวัดไปสบตาคู่สวยของนักเรียนในปกครอง "อุทานไม่สุภาพเลยคุณนาคาจิม่าหมายเลข2"
"นี่ครูใหญ่กำลังพูดเรื่องอะไรครับเนี่ย?" ไม่มีขอโทษแล้วยังจะถามกลับมาทันทีเสียด้วย คนเป็นผู้ใหญ่ก็ไม่ใช่ว่าจะถือสาอะไรหรอก ถึงด้วยฐานะของเขามันควรจะน่าตะขิดตะขวงใจอยู่บ้าง
ใบหน้าคมคายฉาบรอยยิ้ม เมื่อได้รับคำถามด้วยท่าทางเอาเรื่องจากลูกศิษย์
"ในบริเวณรั้วมหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่อิสระที่พวกเธอจะใช้ชีวิตกันยังไงก็ได้
และฉันไม่อนุญาตให้เด็กมหาวิทยาลัยเข้ามาในเขตของรุ่นน้อง.. แต่ฉันจะส่งคุณซาโต้ไปทำงานทางโน้น....ต้องการฟังซ้ำอีกไหม?"
"ฮะ..แต่ว่า..." ไม่เคยคิดว่าจะต้องย้ายออกไปเรียนที่อื่น.. จนกระทั่งเกิดเรื่องวันนี้ก็เริ่มทำใจเอาไว้แล้ว อะไรจะเกิดก็เกิดแต่ขอให้เกิดกับเขาคนเดียวก็พอ..
แว่วเสียงอืมจากปากคนถาม เขาก้มหน้าลงหยิบปากกาออกมาจดอะไรยุกยิกลงบนสมุดโน้ตเล่มเล็ก
"ฉันจะใส่ชื่อซาโต้ โชริ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการนักเรียนปีหน้า" คิดเองตัดสินใจเองเสร็จสรรพ ไม่สนใจเสียงตกใจจากเด็กที่มีชื่อในประโยค ร่างเล็กมีท่าทีลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด
"โรงเรียนเรามีกฎห้ามนักเรียนมหาวิทยาลัยเข้ามาในเขตของเด็กมัธยม.. เพราะงั้นปีหน้า พวกเธอคนไหนที่เรียนจบไปก็ห้ามเข้ามาในพื้นที่นี้.......โดยไม่มีข้อแม้" กวาดสายตามองไปทั่วทั้งห้อง ยิ่งพวกที่เรียนมัธยมปีสุดท้ายยิ่งถูกจ้องมองนานเป็นพิเศษ พวกเด็กๆก็ทำได้เพียงพยักหน้าและเอ่ยตอบรับแข็งขัน
"แล้วฉันจะส่งคุณซาโต้ไปประจำอยู่ที่แผนกห้องสมุดมหาวิทยาลัย"
"หา?" คราวนี้เป็นเสียงจากเด็กที่กำลังจะถูกลืมให้ยืนอยู่โดดเดี่ยว นัยน์ตาคมเฉี่ยวตวัดไปสบตาคู่สวยของนักเรียนในปกครอง "อุทานไม่สุภาพเลยคุณนาคาจิม่าหมายเลข2"
"นี่ครูใหญ่กำลังพูดเรื่องอะไรครับเนี่ย?" ไม่มีขอโทษแล้วยังจะถามกลับมาทันทีเสียด้วย คนเป็นผู้ใหญ่ก็ไม่ใช่ว่าจะถือสาอะไรหรอก ถึงด้วยฐานะของเขามันควรจะน่าตะขิดตะขวงใจอยู่บ้าง
ใบหน้าคมคายฉาบรอยยิ้ม เมื่อได้รับคำถามด้วยท่าทางเอาเรื่องจากลูกศิษย์
"ในบริเวณรั้วมหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่อิสระที่พวกเธอจะใช้ชีวิตกันยังไงก็ได้
และฉันไม่อนุญาตให้เด็กมหาวิทยาลัยเข้ามาในเขตของรุ่นน้อง.. แต่ฉันจะส่งคุณซาโต้ไปทำงานทางโน้น....ต้องการฟังซ้ำอีกไหม?"
คำอธิบายยาวเหยียดยิ่งทำให้คิ้วคนฟังขมวดหนักเข้าไปอีก ถึงมันจะมีเนื้อหามากแค่ไหนแต่มันไม่ตรงประเด็นถึงสิ่งที่เขาต้องการรับรู้ เคนโตะสั่นศีรษะแล้วลอบถอนหายใจเบาๆ
"เหตุผลล่ะครับ ครูใหญ่ก็พูดเองว่าทางโน้นอิสระแค่ไหน แล้วทำไมถึงจะส่งเด็กนี่ไป มันอันตรายผมยอมรับไม่ได้" ดวงตาแข็งกร้าวขึ้นมองผู้ชายที่สูงกว่าเขาทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ คนกลางห้องยังคงนั่งยิ้ม ไม่มีความรู้สึกสะทกสะท้านต่อความอึมครึมที่แผ่ออกมาจากร่างสูง
"......................นั่นมันเป็นหน้าที่ของเธอไม่ใช่เหรอ คุณนาคาจิม่าหมายเลข2"
"หา เอ้ย ฮะ หืม??" รู้สึกได้เลยว่าคิ้วของเขากำลังจะชนกันอยู่แล้ว เคนโตะก้าวขาเข้ามาใกล้จุดที่มีร่างเล็กยืนอยู่ แต่สายตาของเขายังมองตอบผู้ใหญ่
"หน้าที่ปกป้องคุณซาโต้.. สำหรับเธอที่จะขึ้นมหาวิทยาลัยในปีหน้า ทำได้ไม่ใช่รึไง?" นิ่งไปไม่ถึงนาทีความสงสัยบนใบหน้าก็คลายออกทั้งหมด เขาดูกระปรี้กระเปร่าขึ้นมายืดตัวตรงเผงสองมือแนบลำตัวก่อนจะก้มค้อมหลัง... เกือบครึ่งนาทีถึงเงยหน้าขึ้นมายิ้มเท่
"ครับ!!.."
"......................นั่นมันเป็นหน้าที่ของเธอไม่ใช่เหรอ คุณนาคาจิม่าหมายเลข2"
"หา เอ้ย ฮะ หืม??" รู้สึกได้เลยว่าคิ้วของเขากำลังจะชนกันอยู่แล้ว เคนโตะก้าวขาเข้ามาใกล้จุดที่มีร่างเล็กยืนอยู่ แต่สายตาของเขายังมองตอบผู้ใหญ่
"หน้าที่ปกป้องคุณซาโต้.. สำหรับเธอที่จะขึ้นมหาวิทยาลัยในปีหน้า ทำได้ไม่ใช่รึไง?" นิ่งไปไม่ถึงนาทีความสงสัยบนใบหน้าก็คลายออกทั้งหมด เขาดูกระปรี้กระเปร่าขึ้นมายืดตัวตรงเผงสองมือแนบลำตัวก่อนจะก้มค้อมหลัง... เกือบครึ่งนาทีถึงเงยหน้าขึ้นมายิ้มเท่
"ครับ!!.."
"เข้าใจอะไรเร็วค่อยสมกับเป็นเธอหน่อย แต่ดูท่าคุณซาโต้จะยังไม่เข้าใจ เธอจัดการทำความเข้าใจกันเองแล้วกัน ฉันขอตัวกลับห้องทำงานก่อน คุณนาคาจิม่าหมายเลข1 ...ไว้ฉันจะมาฟังเรื่องเล่าของเธอต่อ"
ใช้เวลากับการมาหมกตัวอยู่ในห้องเด็กหนุ่มหน้าตาดีนี่มากเกินไป เมื่อเคลียร์ปัญหาที่ได้รับแจ้งมาจบเขาจึงขอตัวกลับไปทำงานของตนเองต่อ
หลังจากเสียงประตูปิดลงเสียงถอนหายใจจากเด็กเกือบทั้งห้องก็ดังตามๆกันมา
"คิดว่าจะโดนเชือดซะแล้ว เพราะซาโต้คุงหน้าตาถูกใจครูใหญ่แหง..." เสียงหนึ่งแสดงความคิดเห็นของเขา ที่คิดตั้งแต่เมื่อสักครู่แต่เพิ่งมีโอกาสได้เอ่ยพูด โชริหน้าซีดเผือดเงยหน้าช้อนสายตาประสานกับดวงตาร่างสูง
"รุ่นพี่ฮะ?"
"มาถึงขั้นนี้แล้ว... ก็ต้องคบกันล่ะนะ" ในใจดีใจจนแทบจะหลุดยิ้ม หัวเราะออกมาให้ดังลั่นห้อง แต่ต้องวางฟอร์มทำเป็นว่ามันคือหน้าที่.. รุ่นน้องที่ตามเขาไม่ทันหน้าเสียหนักยิ่งกว่าเดิม
"...ผมไม่อยากเป็นภาระให้รุ่นพี่"
"ก็ไม่ได้เป็นภาระอะไรนี่ ฉัน..ก็ไม่ได้หนักอกหนักใจอะไร" ในใจกำลังขอให้โชริหยุดพูดก่อนที่ตัวเขาจะหมดมุขอ้อมโลก แต่ทางนั้นก็ยังอ้าปากขึ้นมาอีก
"แต่ว่า..."
"นายจะแต่อะไรกันหนักกันหนา !! ต้องให้ฉันบอกรักตรงๆหรือไงถึงจะเข้าใจว่าคนเขารู้สึกยังไง!........อะ..." .......... ถึงได้บอกว่าอย่าพูดอะไรนัก คนเผลอหลุดปากพูดความรู้สึกออกไป ใจเต้นระส่ำจนต้องยกมือขึ้นทาบหน้าอก โชริยังยืนอมลมเข้าแก้มเหมือนสมองไม่ได้ประมวลผลประโยคยาวๆ
"แต่วะ..........เอ๊ะ...รุ่นพี่ว่าอะไรนะฮะ?" จนจะพูดเองถึงเพิ่งรู้สึกว่าได้ยินอะไรบางอย่าง แม้จะไม่แน่ใจมันก็ทำให้ใบหน้าน่ารักร้อนขึ้นมาได้ เคนโตะเสมองไปทางอื่นบังเอิญไปสบตากับเพื่อนของเขา ก็เห็นพวกบ้ากำลังหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง
"ฉัน... ฉันลืมไปแล้ว ก็นายมันพูดมากฉันก็ลืมหมดสิ!" คิดคำแก้ตัวที่ดูดีไม่ได้ก็เอามันน่าเกลียดๆแบบนี้ โชริยู่ปากบ่นพึมพำเบาๆ ".......อะไรกัน...อุตส่าห์ดีใจ"
"พึมพำอะไร.." คนไม่ได้ยินหลิ่วตามองเด็กที่ทำลอยหน้าลอยตา เชิ่ดหน้าใส่เขา
"ไม่รู้ฮะลืมไปแล้ว ผมมันพูดมากคิดอะไรเยอะแยะในหัว เลยลืมไปหมดแล้วว่าพูดเรื่องอะไรบ้าง" ไม่ใช่แค่เชิ่ดหน้า แต่กลีบปากสีสวยนั่นก็เชิ่ดรั้นขึ้นอย่างน่าหมั่นไส้ อดไม่ได้ที่จะคว้าแขนเล็กแกล้งบีบแน่นจนเปลี่ยนจากเชิ่ดคอตั้งเป็นนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
"ย้อนฉันเหรอ?"
"เจ็บนะ! ใครกล้าย้อนล่ะฮะ" แกะมือปลาหมึกยังไงก็ไม่ออกเลยใช้อีกมือทุบจนเคนโตะต้องยอมปล่อยให้เป็นอิสระ ฝ่ายคนช่างย้อนแลบลิ้นแล้วกลับไปเชิ่ดหน้าอีกครั้ง
"เจ้าบ้า ปากเก่งนักนะ" ลูบมือที่ถูกตีด้วยแรงเล็กๆ คำว่าของเขาทำให้โชริหน้าตึงหันขวับมาเม้มปากกัดฟันกรอด
"รุ่นพี่นั่นแหละบ้า!! พูดให้ความหวังคนอื่นแล้วก็มาทำเหมือนพูดไปเล่นๆ นิสัยไม่ดี" ..... ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งเคยโดนด่าน่ารักขนาดนี้ เกือบหลุดขำออกมาแต่ด้วยใบหน้าจริงจังของรุ่นน้องแล้ว ทำให้ความเกรงใจอันน้อยนิดของเขามันทำงาน ตีหน้าเคร่งขรึมตวัดสายตาไปมองทางอื่น ยกมือขึ้นกอดอก
"ตอนนี้นายก็กำลังพูดให้ความหวังฉัน เจ้าซื่อบื้อ"
"............." ร่างเล็กยืนกำมือแน่น ริมฝีปากบางสั้นที่ขอบตาเริ่มมีน้ำเอ่อ พอเงียบถึงได้เพิ่งรู้สึกตัวว่าการทะเลาะกันทางวาจาของเขามีสักขีพยานอยู่เกินกว่าสิบชีวิต ถึงแม้พวกรุ่นพี่คณะกรรมการนักเรียนคนอื่นจะกำลังทำกิจกรรมของตัวเอง ก็ยังมีช่วงที่แอบเหลือบขึ้นมามองให้ความสนใจ
ความที่เริ่มรู้สึกอายต่อการกระทำของตัวเองทำให้เขาตัดสินใจจะออกจากที่นี่ แต่ทันทีที่ขยับตัวก็ถูกเคนโตะล็อคข้อมือเอาไว้ดึงให้ลงมานั่งตัก "จะไปไหน"
"ไปหาที่รอเวลาหมดคาบเรียนแล้วจะเข้าเรียนคาบต่อไปฮะ" ตอบคำถามตรงๆไม่มีเล่นลิ้น มันสร้างความพอใจให้กับคนส่งคำถามจนเจ้าตัวระบายยิ้มละไมออกมา
"ฉันอนุญาตให้รอตรงนี้ได้" ...เสียงทุ้มนุ่มเอื้อนเอ่ยอยู่ข้างใบหู เคนโตะกระชับอ้อมกอดให้แคบมากขึ้น จนร่างที่ถูกกอดรัดมีปฏิกิริยาตอบรับ เริ่มพยายามแกะมือของเขาออก "กำลังทำอะไร?"
ใช้เวลากับการมาหมกตัวอยู่ในห้องเด็กหนุ่มหน้าตาดีนี่มากเกินไป เมื่อเคลียร์ปัญหาที่ได้รับแจ้งมาจบเขาจึงขอตัวกลับไปทำงานของตนเองต่อ
หลังจากเสียงประตูปิดลงเสียงถอนหายใจจากเด็กเกือบทั้งห้องก็ดังตามๆกันมา
"คิดว่าจะโดนเชือดซะแล้ว เพราะซาโต้คุงหน้าตาถูกใจครูใหญ่แหง..." เสียงหนึ่งแสดงความคิดเห็นของเขา ที่คิดตั้งแต่เมื่อสักครู่แต่เพิ่งมีโอกาสได้เอ่ยพูด โชริหน้าซีดเผือดเงยหน้าช้อนสายตาประสานกับดวงตาร่างสูง
"รุ่นพี่ฮะ?"
"มาถึงขั้นนี้แล้ว... ก็ต้องคบกันล่ะนะ" ในใจดีใจจนแทบจะหลุดยิ้ม หัวเราะออกมาให้ดังลั่นห้อง แต่ต้องวางฟอร์มทำเป็นว่ามันคือหน้าที่.. รุ่นน้องที่ตามเขาไม่ทันหน้าเสียหนักยิ่งกว่าเดิม
"...ผมไม่อยากเป็นภาระให้รุ่นพี่"
"ก็ไม่ได้เป็นภาระอะไรนี่ ฉัน..ก็ไม่ได้หนักอกหนักใจอะไร" ในใจกำลังขอให้โชริหยุดพูดก่อนที่ตัวเขาจะหมดมุขอ้อมโลก แต่ทางนั้นก็ยังอ้าปากขึ้นมาอีก
"แต่ว่า..."
"นายจะแต่อะไรกันหนักกันหนา !! ต้องให้ฉันบอกรักตรงๆหรือไงถึงจะเข้าใจว่าคนเขารู้สึกยังไง!........อะ..." .......... ถึงได้บอกว่าอย่าพูดอะไรนัก คนเผลอหลุดปากพูดความรู้สึกออกไป ใจเต้นระส่ำจนต้องยกมือขึ้นทาบหน้าอก โชริยังยืนอมลมเข้าแก้มเหมือนสมองไม่ได้ประมวลผลประโยคยาวๆ
"แต่วะ..........เอ๊ะ...รุ่นพี่ว่าอะไรนะฮะ?" จนจะพูดเองถึงเพิ่งรู้สึกว่าได้ยินอะไรบางอย่าง แม้จะไม่แน่ใจมันก็ทำให้ใบหน้าน่ารักร้อนขึ้นมาได้ เคนโตะเสมองไปทางอื่นบังเอิญไปสบตากับเพื่อนของเขา ก็เห็นพวกบ้ากำลังหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง
"ฉัน... ฉันลืมไปแล้ว ก็นายมันพูดมากฉันก็ลืมหมดสิ!" คิดคำแก้ตัวที่ดูดีไม่ได้ก็เอามันน่าเกลียดๆแบบนี้ โชริยู่ปากบ่นพึมพำเบาๆ ".......อะไรกัน...อุตส่าห์ดีใจ"
"พึมพำอะไร.." คนไม่ได้ยินหลิ่วตามองเด็กที่ทำลอยหน้าลอยตา เชิ่ดหน้าใส่เขา
"ไม่รู้ฮะลืมไปแล้ว ผมมันพูดมากคิดอะไรเยอะแยะในหัว เลยลืมไปหมดแล้วว่าพูดเรื่องอะไรบ้าง" ไม่ใช่แค่เชิ่ดหน้า แต่กลีบปากสีสวยนั่นก็เชิ่ดรั้นขึ้นอย่างน่าหมั่นไส้ อดไม่ได้ที่จะคว้าแขนเล็กแกล้งบีบแน่นจนเปลี่ยนจากเชิ่ดคอตั้งเป็นนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
"ย้อนฉันเหรอ?"
"เจ็บนะ! ใครกล้าย้อนล่ะฮะ" แกะมือปลาหมึกยังไงก็ไม่ออกเลยใช้อีกมือทุบจนเคนโตะต้องยอมปล่อยให้เป็นอิสระ ฝ่ายคนช่างย้อนแลบลิ้นแล้วกลับไปเชิ่ดหน้าอีกครั้ง
"เจ้าบ้า ปากเก่งนักนะ" ลูบมือที่ถูกตีด้วยแรงเล็กๆ คำว่าของเขาทำให้โชริหน้าตึงหันขวับมาเม้มปากกัดฟันกรอด
"รุ่นพี่นั่นแหละบ้า!! พูดให้ความหวังคนอื่นแล้วก็มาทำเหมือนพูดไปเล่นๆ นิสัยไม่ดี" ..... ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งเคยโดนด่าน่ารักขนาดนี้ เกือบหลุดขำออกมาแต่ด้วยใบหน้าจริงจังของรุ่นน้องแล้ว ทำให้ความเกรงใจอันน้อยนิดของเขามันทำงาน ตีหน้าเคร่งขรึมตวัดสายตาไปมองทางอื่น ยกมือขึ้นกอดอก
"ตอนนี้นายก็กำลังพูดให้ความหวังฉัน เจ้าซื่อบื้อ"
"............." ร่างเล็กยืนกำมือแน่น ริมฝีปากบางสั้นที่ขอบตาเริ่มมีน้ำเอ่อ พอเงียบถึงได้เพิ่งรู้สึกตัวว่าการทะเลาะกันทางวาจาของเขามีสักขีพยานอยู่เกินกว่าสิบชีวิต ถึงแม้พวกรุ่นพี่คณะกรรมการนักเรียนคนอื่นจะกำลังทำกิจกรรมของตัวเอง ก็ยังมีช่วงที่แอบเหลือบขึ้นมามองให้ความสนใจ
ความที่เริ่มรู้สึกอายต่อการกระทำของตัวเองทำให้เขาตัดสินใจจะออกจากที่นี่ แต่ทันทีที่ขยับตัวก็ถูกเคนโตะล็อคข้อมือเอาไว้ดึงให้ลงมานั่งตัก "จะไปไหน"
"ไปหาที่รอเวลาหมดคาบเรียนแล้วจะเข้าเรียนคาบต่อไปฮะ" ตอบคำถามตรงๆไม่มีเล่นลิ้น มันสร้างความพอใจให้กับคนส่งคำถามจนเจ้าตัวระบายยิ้มละไมออกมา
"ฉันอนุญาตให้รอตรงนี้ได้" ...เสียงทุ้มนุ่มเอื้อนเอ่ยอยู่ข้างใบหู เคนโตะกระชับอ้อมกอดให้แคบมากขึ้น จนร่างที่ถูกกอดรัดมีปฏิกิริยาตอบรับ เริ่มพยายามแกะมือของเขาออก "กำลังทำอะไร?"
"ผมเข้าใจแล้ว จะรอที่นี่ แต่ตอนนี้อึดอัดฮะ" สู้แรงไม่ได้สักที.. ไม้ตายสุดท้ายก็คือการพูดขอร้องพร้อมส่งสายตาน่าสงสาร เคนโตะลอบยิ้มมุมปากไม่ให้คนบนตักเห็น
"ฉันบอกให้รอตรงนี้?" เขาว่าพลางกอดแน่นมากขึ้นไปอีก โชริกระตุกนั่งตัวตรงเกร็งจนตัวชา ไม่เข้าใจไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจคำพูดของรุ่นพี่ทำไมถึงได้เข้าใจยากเย็นแบบนี้
"ผมไม่เข้าใจ?"
"ตรงนี้ก็คือ..บนตักของฉัน...."
"///////////////////"
"โอ้ยๆๆๆ พอแล้ว ได้รับอนุญาตแล้วเยอะไป เพื่อนๆยังไม่มีเว้ย!" เด็กหนุ่มผมตั้งตะโกนฝ่าม่านหวานๆที่กำลังจะทำให้เพื่อนๆอกแตกตาย สิ้นเสียงของเขาเด็กหนุ่มคนอื่นๆก็ผงกศีรษะเห็นด้วยไม่ต่างกัน แต่มีหรือคนมีความสุขได้ทั้งขึ้นทั้งร่องจะสนใจ ตอนนี้จิตใจของเขาจดจ่ออยู่แต่กับร่างบางในอ้อมแขนเท่านั้นแหละ
"ตกลงว่าจะคบกับฉันรึเปล่า" เข้าประเด็นแบบไม่อ้อมค้อม ทางร่างเล็กเองก็เป็นเด็กตรงไปตรงมาอยู่แล้ว เขาเลยไม่มีทีท่าตกใจกับคำถาม.. ออกจะรู้สึกดีกว่าถูกกวนประสาทเป็นไหนๆ
"เหตุผลล่ะฮะ" ในใจตอบตกลงรุ่นพี่ไปแล้ว แต่เพราะว่าเคนโตะไม่ยอมบอกเหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่ภาระ .. เขาไม่ต้องการให้ใครถูกบังคับจิตใจ
โดยเฉพาะกับคนที่ตัวเองชอบ.. ไม่ต้องการได้รับการดูแลปกป้องจากคนที่ชอบ ทั้งๆที่ทางนั้นไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยเลย
"นั่นสินะ..........." ทำท่าลูบคางใช้ความคิด ก่อนยื่นหน้ามาวางคางลงบนลาดไหล่แคบ "อยากได้แบบไหน? เพื่อปกป้องนายจากกลุ่มแฟนคลับที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว?"
"ฉันบอกให้รอตรงนี้?" เขาว่าพลางกอดแน่นมากขึ้นไปอีก โชริกระตุกนั่งตัวตรงเกร็งจนตัวชา ไม่เข้าใจไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจคำพูดของรุ่นพี่ทำไมถึงได้เข้าใจยากเย็นแบบนี้
"ผมไม่เข้าใจ?"
"ตรงนี้ก็คือ..บนตักของฉัน...."
"///////////////////"
"โอ้ยๆๆๆ พอแล้ว ได้รับอนุญาตแล้วเยอะไป เพื่อนๆยังไม่มีเว้ย!" เด็กหนุ่มผมตั้งตะโกนฝ่าม่านหวานๆที่กำลังจะทำให้เพื่อนๆอกแตกตาย สิ้นเสียงของเขาเด็กหนุ่มคนอื่นๆก็ผงกศีรษะเห็นด้วยไม่ต่างกัน แต่มีหรือคนมีความสุขได้ทั้งขึ้นทั้งร่องจะสนใจ ตอนนี้จิตใจของเขาจดจ่ออยู่แต่กับร่างบางในอ้อมแขนเท่านั้นแหละ
"ตกลงว่าจะคบกับฉันรึเปล่า" เข้าประเด็นแบบไม่อ้อมค้อม ทางร่างเล็กเองก็เป็นเด็กตรงไปตรงมาอยู่แล้ว เขาเลยไม่มีทีท่าตกใจกับคำถาม.. ออกจะรู้สึกดีกว่าถูกกวนประสาทเป็นไหนๆ
"เหตุผลล่ะฮะ" ในใจตอบตกลงรุ่นพี่ไปแล้ว แต่เพราะว่าเคนโตะไม่ยอมบอกเหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่ภาระ .. เขาไม่ต้องการให้ใครถูกบังคับจิตใจ
โดยเฉพาะกับคนที่ตัวเองชอบ.. ไม่ต้องการได้รับการดูแลปกป้องจากคนที่ชอบ ทั้งๆที่ทางนั้นไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยเลย
"นั่นสินะ..........." ทำท่าลูบคางใช้ความคิด ก่อนยื่นหน้ามาวางคางลงบนลาดไหล่แคบ "อยากได้แบบไหน? เพื่อปกป้องนายจากกลุ่มแฟนคลับที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว?"
"......." คำถามแรกไม่มีเสียงแสดงความเห็นจากคนน่ารัก โชรินั่งฟังเสียงอืมงึมงำของเคนโตะไปเรื่อยๆ จนเจ้าตัวเอ่ยเป็นประโยค
"อืม...... เพราะรับปากครูใหญ่ไปแล้ว?" ก็ยังไม่ใช่ประโยคที่ทำให้เขารู้สึกยินดี ต้องบอกว่ารู้สึกแย่ลงด้วยซ้ำที่รุ่นพี่จะต้องบังคับตัวเองเพราะเป็นคำที่ให้ไว้กับผู้ใหญ่ ... ในขณะที่ใบหน้าใสเหยเกเหมือนจะร้องไห้อีกคนกำลังยกยิ้มมุมปาก
"........"
"งั้นเพราะทั้งฉันทั้งนายยังโสดดีมั้ย?" ยังแกล้งแหย่ไม่เลิก.. โชริเงยหน้าขึ้นมองเพดานห้อง กะพริบตาถี่ๆไม่ให้น้ำตาไหลออกมาต่อหน้าคนจำนวนมาก
"......................................"
เสียงเคนโตะเงียบไปนานกว่าครั้งก่อนๆ มือที่กอดเอวเลื่อนขึ้นมาวาดโอบรอบหัวไหล่บาง จับให้เด็กน้อยเปลี่ยนท่าเป็นนั่งหันข้าง อีกมือหนึ่งแนบแก้มเนียนนุ่มลูบไล้ลงมาจนถึงคางมนจับเบาๆให้หันหน้าเข้ามาหากัน
"แต่พอมาคิดๆดูแล้ว....
เพราะ'ฉันรักนาย' คงจะเข้าท่าที่สุด"
"... สายไปแล้วฮะ!" สวนกลับรวดเร็วด้วยเสียงดังฟังชัด ใบหน้าคนทำเป็นเท่ขึ้นเครื่องหมายคำถาม โชริทำปากยื่นจับมือใหญ่ออกจากหน้าของเขา จ้องมองนัยน์ตาสีเข้มสักพักถึงคลี่ยิ้มหวานออกมา
"ผมตกลงตั้งแต่คำขอครั้งแรกของรุ่นพี่แล้ว"
"ฮิ้ว!!~ แฮปปี้แล้วจบครับ เดี๋ยวอาหารกลางวันที่ยังไม่ย่อยจะขย้อนออกมา"
"ต....แต่ว่า..." เสียงเล็กดังขึ้นหลังจากถูกเด็กหนุ่มหลังห้องตะโกนขัดความหวาน ทำให้ห้องกลับมาเงียบอีกครั้งเพราะทุกคนกำลังรอฟังสิ่งที่เจ้าตัวเล็กจะพูด
"ผมยังไม่ได้บอกรักรุ่นพี่เลย.." ไม่ใช่แค่คนส่งเสียงล้อ แต่ทุกคนในห้องผงะนิ่ง... มีแค่ดวงตาเท่านั้นที่กะพริบมองเด็กมัธยมต้นคนเดียวในห้อง โชริก้มหน้าลงเมื่อรู้สึกว่าเขาพูดอะไรผิดไป รู้สึกกลัวกับสายตาของพวกรุ่นพี่โดยเฉพาะเจ้าของตักนุ่ม
"เอ๋...." ความรู้สึกอุ่นๆที่หลังทำให้ต้องเหลียวกลับไปมอง ตากลมเบิกกว้างเมื่อรู้ตัวสาเหตุรีบล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าของตนออกมาเช็ดจมูกคนเลือดกำเดาไหล
"รุ่นพี่เป็นอะไร ทำใจดีๆไว้นะฮะ" นอกจากร่างเล็กที่ตื่นตระหนกแล้วคนอื่นๆดูจะแสดงสีหน้าต่างๆกันไป แต่เกิดจากอารมณ์ที่ไม่ต่างกัน
"........"
"งั้นเพราะทั้งฉันทั้งนายยังโสดดีมั้ย?" ยังแกล้งแหย่ไม่เลิก.. โชริเงยหน้าขึ้นมองเพดานห้อง กะพริบตาถี่ๆไม่ให้น้ำตาไหลออกมาต่อหน้าคนจำนวนมาก
"......................................"
เสียงเคนโตะเงียบไปนานกว่าครั้งก่อนๆ มือที่กอดเอวเลื่อนขึ้นมาวาดโอบรอบหัวไหล่บาง จับให้เด็กน้อยเปลี่ยนท่าเป็นนั่งหันข้าง อีกมือหนึ่งแนบแก้มเนียนนุ่มลูบไล้ลงมาจนถึงคางมนจับเบาๆให้หันหน้าเข้ามาหากัน
"แต่พอมาคิดๆดูแล้ว....
เพราะ'ฉันรักนาย' คงจะเข้าท่าที่สุด"
"... สายไปแล้วฮะ!" สวนกลับรวดเร็วด้วยเสียงดังฟังชัด ใบหน้าคนทำเป็นเท่ขึ้นเครื่องหมายคำถาม โชริทำปากยื่นจับมือใหญ่ออกจากหน้าของเขา จ้องมองนัยน์ตาสีเข้มสักพักถึงคลี่ยิ้มหวานออกมา
"ผมตกลงตั้งแต่คำขอครั้งแรกของรุ่นพี่แล้ว"
"ฮิ้ว!!~ แฮปปี้แล้วจบครับ เดี๋ยวอาหารกลางวันที่ยังไม่ย่อยจะขย้อนออกมา"
"ต....แต่ว่า..." เสียงเล็กดังขึ้นหลังจากถูกเด็กหนุ่มหลังห้องตะโกนขัดความหวาน ทำให้ห้องกลับมาเงียบอีกครั้งเพราะทุกคนกำลังรอฟังสิ่งที่เจ้าตัวเล็กจะพูด
"ผมยังไม่ได้บอกรักรุ่นพี่เลย.." ไม่ใช่แค่คนส่งเสียงล้อ แต่ทุกคนในห้องผงะนิ่ง... มีแค่ดวงตาเท่านั้นที่กะพริบมองเด็กมัธยมต้นคนเดียวในห้อง โชริก้มหน้าลงเมื่อรู้สึกว่าเขาพูดอะไรผิดไป รู้สึกกลัวกับสายตาของพวกรุ่นพี่โดยเฉพาะเจ้าของตักนุ่ม
"เอ๋...." ความรู้สึกอุ่นๆที่หลังทำให้ต้องเหลียวกลับไปมอง ตากลมเบิกกว้างเมื่อรู้ตัวสาเหตุรีบล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าของตนออกมาเช็ดจมูกคนเลือดกำเดาไหล
"รุ่นพี่เป็นอะไร ทำใจดีๆไว้นะฮะ" นอกจากร่างเล็กที่ตื่นตระหนกแล้วคนอื่นๆดูจะแสดงสีหน้าต่างๆกันไป แต่เกิดจากอารมณ์ที่ไม่ต่างกัน
รับไม่ได้....... ที่เพื่อนของพวกเขาจะฉีกคาแรคเตอร์ที่สร้างมาตลอดเกือบจบมัธยมได้ขนาดนี้...
โดยที่มันกำลังจะมีแฟนเป็นตัวเป็นคนก่อนพวกเขาทุกคน และแฟนของมันก็ช่างน่ารักอะไรอย่างนี้... รับไม่ได้จริงๆ
".......... ความน่าเกลียดของมันกลายเป็นเรียกคะแนนสงสารจากซาโต้คุง.."
"อาหารกลางวันฉันขึ้นมาถึงคอแล้วตอนนี้"
"เคนโตะ..... ไม่มีเหลือความเป็นเจ้าชายแม้สัก1เปอร์เซ็นต์"
"...อ๊ะ! ออดดังแล้ว ..ถึงเวรของฉันต้องไปห้องพยาบาลแล้วล่ะ!"
"รุ่นพี่ อย่าเป็นอะไรนะฮะ! ทำไมเลือดไม่หยุดไหล ช่วยด้วย!"
โดยที่มันกำลังจะมีแฟนเป็นตัวเป็นคนก่อนพวกเขาทุกคน และแฟนของมันก็ช่างน่ารักอะไรอย่างนี้... รับไม่ได้จริงๆ
".......... ความน่าเกลียดของมันกลายเป็นเรียกคะแนนสงสารจากซาโต้คุง.."
"อาหารกลางวันฉันขึ้นมาถึงคอแล้วตอนนี้"
"เคนโตะ..... ไม่มีเหลือความเป็นเจ้าชายแม้สัก1เปอร์เซ็นต์"
"...อ๊ะ! ออดดังแล้ว ..ถึงเวรของฉันต้องไปห้องพยาบาลแล้วล่ะ!"
"รุ่นพี่ อย่าเป็นอะไรนะฮะ! ทำไมเลือดไม่หยุดไหล ช่วยด้วย!"
end
___________________
กำลังอยากแต่งคู่อื่นๆ
แต่ก็อยากแต่งโชริซนๆบ้าง
ค่อยๆทะยอยมา
![Ryo[ya]ncha :: บล็อกหลัก อัพไร้สาระ~><](http://img.thzhost.com/i/ww/rycryoyasuki.jpg)
![Ryo[ya]ncha :: บล็อกเก็บของ](http://img.thzhost.com/i/s9/rycyamajima.jpg)


